การเดินทางในตะวันออกกลาง

ผมเอารถไฟ น. ในวันอังคารที่ 10 จากเอเธนส์และมาถึงในเทสซาโลรอบ 11:00 เช้าวันรุ่งขึ้น ใน เทสผมได้รับแจ้งว่ารถไฟได้ออกจากอิสตันบูลก่อนหน้านี้ในเช้าวันนั้น แต่ที่ผมอยู่ในโชค – มีอีกรถไฟพุธเท่านั้นพิเศษออกอิสตันบูลที่ 13:10 เมื่อหนึ่งที่มาถึงผมได้เรียนรู้ว่ามันเดินทางเพียงเท่าที่ชายแดน

แต่ ถึงกระนั้นก็ดูเหมือนดีกว่าไม่มีอะไรดังนั้นฉันได้นั่งสบายมากผ่านเทรซกับ ช่องทั้งหมดเพื่อตัวเองและไปถึงชายแดน – Pythion กวี – ที่ 2:30 Pythion ถูกปิดวงเงินให้ชาวต่างชาติผมได้รับเชิญจาก แต่ เพียงผู้เดียวเป็นตื่นเต้นที่จะนอนในห้องนั่งรอของสถานีซึ่งผมค่อนข้าง สบายจน 8:30 เมื่อฉันถูกปลุกให้ตื่นขึ้นพร้อมกันโดยตำรวจเรียกร้องว่าผมเป็นใครและใครบาง คนตะโกนในเยอรมันว่ารถไฟอิสตันบูลกำลังจะออกใน 5 นาที

ผมตะกายลงแพลตฟอร์มรถไฟตำรวจไล่หลังฉันเพียงเพื่อจะพบว่ารถไฟมาจากอิสตันบูลและกำลังมุ่งหน้าเอเธนส์

และ ดังนั้นผมจึงนั่งอยู่ในบุฟเฟ่ต์รถไฟที่ Pythion, ตาตำรวจที่น่าสงสัยที่ไม่สามารถจินตนาการสิ่งที่ชาวต่างชาติจะต้องทำที่นี่ ถ้าไม่พยายามที่จะค้นพบความลับของรัฐและใคร่ครวญ 10 ชั่วโมงร้อนเท้าและนิ้วมือของฉันโดยหม้อเก่า เตาท้องในอีกคนหนึ่งที่ไม่ชัดเจนจากมุมคลุมเครือของโลก

สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ฉันคำถามธรรมชาติของความเป็นจริง ฉัน นั่งอยู่บนม้านั่งไม้ยากในตอนท้ายของตารางยาวสีในสกปรกเย็นเมืองชายแดน ร้างกรีกเกาจดหมายออกภายใต้ศิลปะของเต่า, เสื้อทำงาน, เสื้อยืด, เสื้อกันฝนและผ้าพันคอและการรับประทานอาหารถั่วลิสงและ มะเดื่อเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น

นี้ แน่นอนหนึ่งชนิดของความเป็นจริง แต่มันจริงใด ๆ มากไปกว่านั้นจินตนาการสำหรับฉันโดยเพื่อนของฉันในเอเธนส์, ที่คิดฉันตอนนี้เดินภายใต้หออะซานผ่านถนนที่แออัดจาก Hagia Sophia ไป Blue Mosque, หรือกว่าภาพที่คุณอาจ มี ของฉันในตอนนี้ (คุยกันครึ่งทางทั่วโลกแม้ในขณะที่ผมเขียนคำเหล่านี้) เดินผ่านถนนในกรุงเอเธนส์แดดเพื่อเสาแพรวของ Acropolis: ที่นี่มีจริงมากกว่าฉันที่มี?

เป็น ส่วนหนึ่งของกระบวนการนี้ – หรืออาจจะเป็นเพียงวิธีที่ฉลาดมากของ procrastinating ทำงานอย่างหนักของการเริ่มต้นในกระบวนการนี้ – ฉันได้รับการอ่านผ่านวารสารวิชาการเก่าและตัวอักษรเมื่อเร็ว ๆ นี้ นี้ อาจจะเป็นงานอดิเรกที่แกว่งไปแกว่งมา detouring แน่นอน แต่บางครั้งมันก็กลายเป็นหนึ่งของเมล็ดดอกเล็ก ๆ เหล่านั้นที่เป็นโลกทั้งโลกผมลืม

ดัง นั้นจะมีตัวอักษรที่ฉันได้มาเพียงข้ามเขียนในช่วงฤดูหนาวของปี 1976 กับพ่อแม่ของฉันจากเมืองชายแดนที่เรียกว่ากรีก Pythion ที่ฉันกำลังรอรถไฟไปอิสตันบู บางครั้งก็เป็นเพียงประสาททั่วโลกเช่น – สถานีวิธีการที่ – unencumber ที่และแรงบันดาลใจให้เรา

ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ผมเขียนคือ:
*****

ฉันอยู่ที่นี่ แต่ในไม่กี่สัปดาห์ผมจะอยู่ที่ Acropolis และใน 24 ชั่วโมงผมจะเดินตรอกซอกซอยอิสตันบูล บางทีทั้งสามเป็นความจริงพร้อมกัน?

ใน อัตราใดคืนที่ผ่านมาเมื่อฉันกำลังหลับอย่างมีความสุขที่ไหนสักแห่งในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือกรีซผมมีความฝันที่ทั้งหมดของฉันเดินทางเป็นเพียงแค่ความ ฝันและที่ฉันเป็นจริงยังคงอาศัยอยู่ในคอนเนตทิคัและอยู่ในความฝันของฉันตื่น ขึ้นจากความฝันของฉัน (จากการเดินทาง) และรู้สึกโล่งอกอย่างมากนี้และความสุขจะกลับบ้านและยังคงเป็นหนุ่มที่จะไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการออกและคนเดียวในโลก

จากนั้นสองแยกต่อมาผมตื่นขึ้นมาจากความฝันที่ – และพบว่าตัวเองขับเหงื่อและกระเซิงในห้องรถไฟชื้นเร่ง somewhere ผ่านคืน Grecian

และดังนั้นผมจึงสงสัยเกี่ยวกับห้องพักนี้รอแหลมคมใน Pythion – นี่คือความฝันเกินไปที่ฉันจะตื่น? และผู้ที่ / สิ่งที่ / ที่ฉันจะแล้ว

*****

และดังนั้นที่จุดเริ่มต้นของปีใหม่นี้ผมพบตัวเองใน Pythion เวลาอีกครั้ง เพียงแค่ตอนนี้หัวหน้าสถานีได้มาและตรวจสอบตั๋วของฉันประทับหนังสือเดินทางของฉันโบกผมเดินไปหาแพลตฟอร์ม และที่นี่มารถไฟ – ฉันสามารถดูได้ในขณะนี้ไอและประกาย!
ผม คิดว่าเมืองหนึ่ง-cafe ในช่วงกลางของมาเลเซียที่ฉันถูกติดระหว่างรถเมล์และแพทช์ของหญ้า “แท็กซี่” ในอินโดนีเซียที่จักจั่นกล่อมฉันชั่วโมงในขณะที่ฉันรอสำหรับการนั่ง; ฉันคิดว่าจาก สถานี รถไฟหลับใหลฝรั่งเศสที่ฉันผ่านช่วงบ่ายอ่านสต์และขบคิดหญ้าสูงที่โบกมือฝัน ในสายลมง่วงและหมู่บ้านชาวสวิสสูงที่ฉันวิ่งออกจากก๊าซและฟรังก์กางเต็นท์ใน เขตหนาวและเฝ้าดูดวงจันทร์ เต้นรำไปกับเพลงของ Van Morrison

ขณะที่ ผมคิดว่ากลับเกี่ยวกับสถานที่เหล่านี้ทั้งหมดจะกลายเป็นหนึ่งความจริงที่ ชัดเจน: พวกเขาทุกสถานีวิธีการผจญภัย พวกเขาชุมนุมของลมหายใจและขดลวดของกล้ามเนื้อก่อนที่จะกระโดดลงไปในที่ไม่ รู้จัก พวกเขาพอร์ทัลไปที่สิ่งมหัศจรรย์และน่าจดจำเป็นไปไม่ได้

เที่ยวท้าลมหนาว

ในช่วงเวลานี้ถือว่าเหมาะแก่การท่อง เที่ยวตามป่าเขาและพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง เพราะอากาศค่อนข้างปลอดโปร่งและหนาวเย็น สีสันของธรรมชาติจะดูสวยงามและละมุนละไมอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามใน ช่วงเวลานี้ธรรมชาติซึ่งจะมีความเปราะบางมากๆเช่นกัน รวมทั้งยังเป็นช่วงฤดูผสมพันธุ์ของสัตว์ป่า และเป็นช่วงที่สัตว์ป่าก็ต้องการความสงบและเป็นส่วนตัวอย่างมากเช่นกัน ดังนั้นการที่นักท่องเที่ยวจะเข้าไปใกล้ หรือกวนให้สัตว์ป่าตื่น ตระหนกอาจเกิดผลกระทบที่คาดไม่ถึงได้ เช่น อาจเป็นอันตรายต่อตัวผู้พบเห็นเอง หรือไม่ก็ทำให้สัตว์ป่านั้นไม่ทำการผสมพันธุ์หรือตกลูกไปเลยก็ได้

วันนี้จึงขอฝากเรื่อง ราวบางเรื่องเพื่อให้เพื่อนๆที่ชื่นชอบการพักผ่อนในพื้นที่ป่าเขาลำไพรต่างๆ ต้องช่วยกัน ระมัดระวังในเรื่องของอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับสัตว์ป่าทั้งหลาย ทั้งที่เขาใหญ่และยังรวมไปถึงในพื้นที่อุทยานแห่งชาติอื่นๆอีกด้วย

จึงควรต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งในการเข้าไปใกล้เพื่อถ่ายรูปหรือสัมผัสอย่าง ใกล้ชิดกับสัตว์ป่าที่พบเห็น ทางที่ดีเราก็ควรอยู่ในระยะห่างๆที่เหมาะสมจะเป็นการดีที่สุดต่อทั้งตัวเรา และตัวสัตว์ป่า จึงขอแนะนำในบางเรื่องสำหรับการที่เราจะ เข้าท่องเที่ยวในช่วงนี้ที่เขาใหญ่สักเล็กน้อย เพื่อให้เพื่อนๆทุกท่านได้ทราบถึงข้อควรระวัง….

1. การเดินท่องเที่ยวในเส้นทางเดินป่า จะต้องใช้ความระวังเป็นพิเศษ เพราะ ใบไม้ที่ต้นไม้ปลิดทิ้งลงมา อาจทำให้เส้นทางเดิมเลือนหรือมองไม่เห็น จนเป็นเหตุให้หลงป่าได้ ควรสอบถามชนิดเครื่องหมายที่อุทยานฯทำไว้ใช้เป็นจุดสังเกตสังเกตหรือขอเจ้าหน้าที่นำทางจะเป็นการดีที่สุด

2. หากพบเจอสัตว์ป่าในระหว่างเส้นทางเดินป่า ควรหลีกเลี่ยงเพราะจะเป็นการรบกวนความสงบหรือ อาจเกิดอันตรายจากพฤติกรรมที่ดุร้ายในช่วงฤดูผสมพันธุ์ของสัตว์ป่าได้  รวมทั้งต้องระวังเห็บลมที่จะอาศัยตามใบไม้หรือขอนไม้แห้ง

3. การขับขี่รถในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่  ไม่ควรขับรถด้วยความเร็วสูงเพราะจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เป็นอันตรายต่อตัวคุณเอง ผู้อื่น หรือแม้กระทั่งสัตว์ป่าที่ต้องใช้ประโยชน์จากถนนเส้นนี้เช่นเดียวกับคุณ

4. ห้ามให้อาหารสัตว์ป่าที่พบเห็น ไม่ว่าจะเป็นบริเวณริมถนนหรือที่พัก เพราะสัตว์ป่าจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการหากิน และเป็นอันตรายต่อการดำเนินชีวิตอันเป็นปกติสุขของมัน  ที่สำคัญสัตว์ป่า เหล่านั้นอาจถูกรถชนได้ หากคนขับรถใช้ความระมัดระวังไม่เพียงพอ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กำลังประสบปัญหาจากผู้ใจบุญที่ชอบให้อาหารลิงตามริมถนน เพราะในปัจจุบัน พบว่าลิงที่ลงมาคอยเก็บอาหารจากรถที่ผ่านไปมามีจำนวนมากขึ้น และมีพฤติกรรมชอบวิ่งเข้าหารถในขณะที่วิ่งผ่านหรือไม่ก็นอนขวางถนนเพื่อให้ รถจอดหรือไม่ก็กัดคนที่หลอกยื่นอาหารให้ แต่แล้วไม่ยอมให้

5. หากพบช้างหรือโขลงช้าง ลงหากินบนถนนควรจอดรถให้ห่างในระยะที่ปลอดภัย(ไม่น้อยกว่า 30 เมตร) รอจนกว่าโขลงช้างจะหลบเข้าข้างทางไปเอง หรือหากช้างเดินเข้าหารถให้ค่อยๆถอยรถห่างออกจากจุดที่ช้างเดินจนปลอดภัย หรือกลับรถย้อนกลับมารอจนช้างเข้าข้างทางแล้ว สังเกตอารมณ์ของช้างว่าปกติหรือหงุดหงิดจากการถูกรบกวนหรือไม่ เพราะช้างอาจจะวิ่งไล่ได้หากถูกรบกวนมากจนเกินไป(ดูที่หู ถ้าโบกไปมาและยังกินอาหารอยู่แสดงว่าอารมณ์ยังดีอยู่ แต่ถ้าหูเริ่มกาง หางเริ่มชี้ ส่ายหัว-งวง ไปมาแสดงว่าเริ่มโกรธแล้ว ให้ถอยรถไปไกลๆ ได้เลย)
ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉินหรือไฟกระพริบไว้ อาจทำให้ช้างสนใจเข้ามาดู เพราะช้างเป็นสัตว์ที่ขี้สงสัย โดยเฉพาะลูกช้าง ไม่ควรบีบแตรไล่ช้าง เพราะ ช้างจะตกใจและทำให้ช้างวิ่งชาร์จได้ เมื่อขับรถผ่านไปแล้ว แต่ช้างยังอยู่บริเวณริมถนน ให้ขับผ่านไปเลย ไม่ควรจอดดูนานเกินไป เพราะอาจมีรถคันอื่นตามมา แล้วติดรถของคุณจนเป็นเหตุให้ถูกทำร้ายแทนที่จะเป็นรถของคุณ ไม่ควรจอด รถแล้วลงไปถ่ายรูปช้างในระยะใกล้ เพราะอาจทำให้คุณวิ่งหนีขึ้นรถไม่ทัน ควรระลึกอยู่เสมอว่าโดยทั่วไปช้างมักจะอยู่รวมกันเป็นครอบครัว หรือโขลง ขณะที่ท่านเจอช้างเพียงตัวเดียว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีช้างตัวอื่นๆ อยู่ในบริเวณนั้น โขลงช้างอาจจะกระจายกันหากินอยู่ในบริเวณป่าข้างๆนั้นก็เป็นได้

6. พึงนึกอยู่เสมอว่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ บอบช้ำมาจากการทำหน้าที่รองรับจำนวนนักท่อง เที่ยวที่เข้ามาใช้ประโยชน์แล้วกลับไปในแต่ละปีนั้นมากพออยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ควรไปซ้ำเติมด้วยการเพิ่มปริมาณขยะให้ล้นเขาใหญ่อีกเลย ควรหลีกเลี่ยงเรื่องการนำวัสดุที่เป็นขยะขึ้นไปบนเขาใหญ่ หรือนำเอาวัสดุเหลือใช้ลงมาทิ้งนอกเขตอุทยาน ในที่ที่มีการจัดการเก็บขยะที่ดีพอไปถึง

7. ความสุขที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมการพักผ่อนท่องเที่ยวของคุณ ควรอยู่ในระดับของความพอดี ไม่จำเป็นต้องเผื่อแผ่ให้คนอื่นเพราะอาจทำให้ผู้อื่นเกิดความรำคาญได้

ข้อแนะนำสำหรับการขับรถในพื้นที่อุทยาน แห่งชาติทุกแห่ง หรือการขับขี่รถต่างๆในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้น  ไม่ว่าจะเป็นการขับรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติ ทั่วๆไปของเมืองไทย ซึ่งหลายๆคนมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไปจาก แง่คิดที่มีทั้งเรื่องผลดีหรือผลเสียต่อธรรมชาติรวมทั้งยังไม่สามารถประเมิน ได้ว่ามีผลกระทบมากน้อยเพียงใด แต่เมื่อมีการออกกฎระเบียบเพื่อให้นำไปปฏิบัติไว้แล้ว  เพื่อนๆทุกๆคนก็ต้องช่วยกันรักษาหรือปฏิบัติตามในเรื่องดังกล่าวร่วมกัน ด้วย

มีข้อควรระวังและแนะนำจาก 5 หลักปฏิบัติแบบ TREAD เพื่อมาตอกย้ำให้ทราบกันอีกครั้งซึ่งเล็งเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ทั้งนักท่อง เที่ยวและสัตว์ป่าดังรายละเอียดตามนี้ครับ

จากเรื่องราวที่ได้กล่าวมาข้างต้นนั้น ก็เป็นเพียงบางแง่มุมที่เราอาจจะทำให้เกิดผลกระทบกับสัตว์ป่าและธรรมชาติ ขึ้นได้ในระยะสั้นๆ หากเพื่อนๆเข้ามาท่องเที่ยวบนเขาใหญ่แล้วไม่ช่วยกันดูแลในเรื่องดังกล่าว  กลุ่ม “ต้นกล้านครนายก ” จะขออาสาช่วยลิง เก้ง กวาง ที่เขาใหญ่  โดยจัดโครงการรณรงค์ “ 4 ม. …ขอ ไม่ มาก ”  ปฏิบัติการ 4 ม. (ไม่ทิ้งขยะ ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่ขับรถเร็ว ไม่ส่งเสียงดัง) ภารกิจขอคืนพื้นที่เขาใหญ่ สุขใจ ท่องเที่ยวไทย อย่างสร้างสรรค์ เป็นโครงการรณรงค์เพื่อการลดขยะและเลิกให้อาหารสัตว์ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

สำหรับงานรณรงค์ดังกล่าวนั้น ก็เป็นการแจกจ่ายเอกสารแนะนำเรื่องต่างๆ พร้อมกับจัดกิจกรรมแสดงละครบริเวณลานแคมปิ้งผากล้วยไม้….เพื่อให้ผู้คนที่ ผ่านไปมาได้เห็นภาพที่ชัดเจนและเป็นการกระตุ้นในเรื่องต่างๆให้ทราบ ปัญหาที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมของมนุษย์ที่ไปปรับเปลี่ยนระบบนิเวศ โดยเฉพาะพฤติกรรมของสัตว์ป่า คงไม่สามารถจัดการแก้ไขได้โดยภาครัฐหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ต้อง ใช้การประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาต่างๆ บนพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ร่วมกัน และสิ่งสำคัญที่สุดนั้นคือ ความรับผิดชอบของตัวนักท่องเที่ยวต่อคุณค่าของผืนป่า มีความรับผิด ชอบต่อขยะที่ตนนำขึ้นมา รวมทั้งต้องงดการให้อาหารสัตว์ป่าอย่างจริงจังเพราะโดยธรรมชาติของสัตว์ป่า มีอาหารอย่างอุดมสมบูรณ์และเหมาะสมสำหรับสภาพร่างกายของตัวสัตว์ป่าเอง

Rainbow waterfall

Bua Tong Waterfall Park and seven color fountain. Is the local Houses of the Holy Moo 8, Tambon Mae Taeng district, Chiang Mai province. In the National Forest wilderness Tang. With an area of ​​approximately 9375 acres Forest Department has declared the area on September 10, 2537.

Climate
Plants found in most areas it is not size, and it is with the economy, including teak, red Tabak Tin Nok dipterocarp Hiang antimony Du Maka Showcase Rosa North York Rangers over land, ground to a genus Ferns sure. orchid soil and vine species that grow along streams and waterfalls.

See wildlife present in small animals such as rabbits, ferrets, wild fowl, squirrel, chipmunk, mole skink lizard lizards, snakes, birds, black throated finch bulging at the Magpies.

Beast
Wild boar, monkeys, deer, rabbits, birds, including the different types of wild fowl, hawks, snakes, cicadas.

Forest and vegetation.
The rainforest. The species diversity is relatively dense. The plants are all perennials and ground ferns and cycads harrowing Eupatorium odoratum and lace. Woody species were found to produce the key pivot pine sapwood Chan Champa wild mango etc.

Travel
Bua Tong Waterfall Park and travel to seven springs. Road Chiang Mai – Phrao district at Km 48 to 49, it will turn right into the park for about 2.6 miles then turn right onto the Bua Tong Waterfall Park and seven color fountain.

Landscape
Topography. Bua Tong Waterfall and Fountain of seven colors. The forest and the trees. A tree grows in dense evergreen forest and deciduous forest. General appearance is similar to the plateau and valley pan near the waterfall. There is a beautiful view and have a flat area to set up a campfire or a parking lot for visitors as well.

ห้วยแม่สัก

วนอุทยานน้ำตกห้วยแม่สัก อยู่ในท้องที่บ้านน้ำตกพัฒนา หมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งก่อ กิ่งอำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยสักและป่าแม่กกฝั่งขวา มีเนื้อที่ประมาณ 2,800 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2545

ภูมิประเทศ
เป็นภูเขาวางตัวในแนวทิศตะวันตกเฉียงใต้-ตะวันออกเฉียงเหนือ สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 460-963 เมตร มีความลาดชันเฉลี่ยทั่วพื้นที่ประมาณ 30 % มีลำห้วยแม่สักเป็นห้วยขนาดใหญ่ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี และเป็นแหล่งต้นน้ำของน้ำตกห้วยแม่สัก ซึ่งไหลผ่านกลางพื้นที่

สัตว์ป่า
สัตว์ป่าที่พบได้แก่ กระต่ายป่า อ้นเล็ก กระจ้อน กระแต พังพอน ไก่ป่านกกระปูด นกเขาเปล้า นกกางเขนดง นกปรอดหัวโขน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลานและปลาชนิดต่างๆ

ป่าและพันธุ์ไม้
เป็นป่าเบญจพรรณที่มีไม้สักขึ้นอยู่ สภาพป่าบริเวณน้ำตกห้วยสัก ยังอุดมสมบูรณ์แต่ในบริเวณอื่นไม่ค่อยสมบูรณ์ เนื่องจากในอดีตเคยถูกบุกรุก ปัจจุบันป่าเริ่มฟื้นตัว มีพันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ตะแบกเกรียบ สัก กระท่อมหมู เลี่ยน เติม ไม้พื้นล่างเป็นพวกไผ่ กล้วยป่า ผักคราด หญ้าคา สาบเสือ กลอย หญ้าคมบาง บอน และเฟิร์น

การเดินทาง
เดินทางจากอำเภอเมืองเชียงรายผ่านอำเภอเวียงชัยถึงบ้านเหล่าเจริญราษฎร์ ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1233 ระยะทาง 34 กิโลเมตร แล้วเดินไปทางทิศใต้ถึงบ้านน้ำตกพัฒนา ตามถนนกรมโยธาธิการสายบ้านเหล่าเจริญราษฎร์ ระยะทาง 6 กิโลเมตร แล้วเดินทางต่อไปอีก 2 กิโลเมตร ก็จะถึงวนฯ ถนนเป็นดินลูกรัง รวมระยะทางทั้งหมด 42 กิโลเมตร

แนะนำที่เที่ยว

แม่น้ำบ้านเขาแก้ว เป็นเรือนไม้ทรงไทยที่มีอายุประมาณ 80-100 ปี เจ้าของบ้านคืออาจารย์ทรงชัย วรรณกุล ได้จัดแสดงเป็น “ศูนย์ศึกษาวัฒนธรรมไทยวน” โดยรวบรวมภาชนะ อาวุธ เครื่องมือทำมาหากิน และผ้าทอลายโบราณที่มีอายุกว่าร้อยปี ได้แก่ ผ้ามุกยกดอก ผ้าลายขิด ผ้าจก บรรรยากาศภายในร่มรื่นเย็นสบาย

วัดสมุหประดิษฐาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลสวนดอกไม้ ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 2 กิโลเมตร พระอุโบสถสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2440 ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องคาวีสวยงามมาก พระประธานในพระอุโบสถอัญเชิญมาจากเมืองเก่าสุโขทัย เป็นพระพุทธรูปสำริดปิดทองปางมารวิชัย และประดิษฐานพระโมคคัลลา พระสารีบุตร อัครสาวกซ้ายขวา และในเดือนกันยายน ของทุกปีจะมีการแข่งขันเรือยาวประเพณีที่วัดแห่งนี้

วัดจันทบุรี ตั้งอยู่ที่บ้านเมืองเก่า หมู่ 6 ตำบลเมืองเก่า เลยจากที่ว่าการอำเภอไปประมาณ 1 กิโลเมตร วัดอยู่ทางขวามือ มีป้ายชี้ทางเข้าวัดอย่างชัดเจน สิ่งที่น่าชมคือพระอุโบสถ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2431 สมัยรัชกาลที่ 3 มีลักษณะก่ออิฐถือปูน หลังคาจั่ว ช่อฟ้า ใบระกา หน้าบันประดับลายปูนปั้นและเครื่องถ้วย ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยเดียวกับพระอุโบสถซึ่งยังสมบูรณ์อยู่และงดงาม มาก เป็นรูปเทพชุมนุม และพุทธประวัติ อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น เดิมชื่อ อุทยานแห่งชาติพระพุทธฉาย มีพื้นที่ครอบคลุม 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง แก่งคอย หนองแค และวิหารแดง มีเนื้อที่ประมาณ 44 ตารางกิโลเมตร หรือ 27,856 ไร่ อุทยานฯ ประกอบด้วยภูเขาน้อยใหญ่ มีที่ราบในหุบเขา ยอดที่สูงที่สุดคือ เขาครก สูงประมาณ 329 เมตร เป็นจุดชมวิวที่อยู่สูงที่สุดสามารถมองเห็นภูมิทัศน์ที่สวยงามรอบ ๆ ตัวเมืองสระบุรี และอำเภอใกล้เคียงได้อย่างชัดเจน สัตว์ป่าที่พบมีอยู่หลายชนิด เช่น ไก่ฟ้า ไก่ป่า เก้ง ลิง หมูป่า และนกชนิดต่าง ๆ เช่น เขียวคราม กระรางหัวหงอก โพระดก บั้งรอกใหญ่ รวมทั้งผีเสื้อนานาชนิด ภายในบริเวณอุทยานฯ มีน้ำตกหลายแห่ง ได้แก่ น้ำตกสามหลั่น  น้ำตกโพธิ์หินดาษ น้ำตกโตนรากไทร เป็นต้น
สถานที่น่าสนใจอื่น ๆ ภายในอุทยานฯได้แก่
–  อ่างเก็บน้ำเขารวก  เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กมีที่สำหรับนั่งชมทิวทัศน์ และกิจกรรมต่าง ๆ เช่น พายเรือคยัค ปั่นเรือถีบ เล่นน้ำ เป็นต้น
–  อุโมงค์รถไฟพระพุทธฉาย ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทยโดยฝีมือคนไทย อยู่บริเวณเขาช่องลิง รอยต่อระหว่างตำบลเจริญธรรม อำเภอวิหารแดง และตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมืองจังหวัดสระบุรี
– อนุสรณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ของกองทัพญี่ปุ่น (เขาแดง) ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ยังมีร่องรอยของหลุมระเบิดที่ทหารญี่ปุ่นทิ้งไว้ สิ่งปลูกสร้างที่ทหารญี่ปุ่นสร้างไว้ ได้แก่ อุโมงค์บัญชาการ สนามเพลาะตลอดแนวเขา ห้องผู้บัญชาการ ห้องเก็บสมบัติ แนวบังเกอร์
– ซากเจดีย์โบราณบนยอดเขาเรดาร์ คาดว่าเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ถูกฟ้าผ่าเสียหาย ปัจจุบันก็ยังพอมีร่องรอยให้เห็นอยู่ ความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกอย่างหนึ่งคือ ทหารญี่ปุ่นได้ใช้เขาเรดาร์นี้เป็นที่ตั้งปืนใหญ่ด้วย

วัดพระพุทธฉาย ตั้งอยู่เชิงเขาปถวี (ปฐวี) ตำบลหนองปลาไหล เข้าทางเดียวกับอุทยานแห่งชาติพระพุทธฉาย เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธฉาย หรือรอยพระพุทธรูปอยู่บนแผ่นหินซึ่งตั้งอยู่บนชะง่อนผา มีภาพเขียนลายเส้นยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่บริเวณเชิงผา และรอยพระพุทธบาทเบื้องขวา

พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ ประดิษฐานอยู่ที่ศาลาจัตุรมุข วัดศาลาแดง ถนนพิชัยรณรงค์สงคราม ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด เป็นพระพุทธรูปประจำทิศตะวันออก หนึ่งในพระพุทธรูป 4 องค์ ที่กรมการรักษาดินแดนสร้างขึ้นเพื่อถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

สวนพฤกษศาสตร์ภาคกลาง (พุแค)  เป็นสวนพฤกษศาสตร์แห่งแรกของประเทศไทย  ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าพระพุทธบาทพุแค มีพื้นที่ทั้งหมด 4,697 ไร่ ครอบคลุมสองฟากฝั่งถนน หากไปจากสระบุรี ทางซ้ายมือ จะเป็นส่วนของอาคารสำนักงาน และห้องสมุดพรรณไม้ ทางขวามือมีบริเวณกว้างขวาง บรรยากาศร่มรื่น และมีลำธารไหลผ่าน เป็นสวนหย่อมรวบรวมพันธุ์พืชไม้ต่าง ๆ ส่วนมากจะเป็นไม้พื้นบ้าน ประกอบด้วยพรรณไม้ต่าง ๆ กว่า 35 วงศ์

ถ้ำศรีวิไล ตั้งอยู่บริเวณวัดถ้ำศรีวิไล ตำบลหน้าพระลาน ห่างจากตัวเมือง ประมาณ 22 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีพระพุทธเนาวรัตน์ ศิลปะสมัยเชียงแสน มีหินงอก หินย้อย นอกจากนั้นยังสามารถเที่ยวชมวิวทิวทัศน์ของธรรมชาติ มองเห็นภูเขาสลับซับซ้อนสวยงาม

เสาร้องไห้ ตั้งอยู่ในศาลนางตะเคียนทอง ณ วัดสูง ตำบลเสาไห้ ห่างจากที่ว่าการอำเภอเสาไห้ประมาณ 500 เมตร ริมทางหลวงหมายเลข 3041 เป็นเสาไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ โดยถือกันว่าเป็นเจ้าแม่ เพราะสิ่งของที่นำไปบูชาล้วนเป็นของสตรีทั้งสิ้น จึงได้ให้ชื่อตำบลนี้ว่า ตำบลเสาร้องไห้ และได้กลายเป็น “อำเภอเสาไห้” ในปัจจุบันและในวันที่ 23 เมษายนจะมีประเพณีสรงน้ำนางตะเคียน ทุกปี ณ บริเวณหน้าอุโบสถวัดสูง

พระพุทธรูปทองคำ ประดิษฐานอยู่ที่วัดพระเยาว์ เป็นพระพุทธรูปปางขัดสมาธิ หน้าตักกว้าง 110 เซนติเมตร สูง 170 เซนติเมตร สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เมื่อเสียกรุงครั้งที่ 2 ชาวบ้านที่อพยพหนีพม่าได้อัญเชิญมาด้วยและลงรักพอกปูนปิดองค์พระไว้ ประดิษฐานไว้ที่วัดร้างแห่งหนึ่งในอำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ ชาวบ้านได้อัญเชิญมาเป็นพระประธานที่วัดอุทิศสโมสร ก่อนจะอัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดพะเยาว์ ต่อมาพระธรรมรัตนากร สังเกตเห็นรอยรักแทรกอยู่ระหว่างปูนที่ฉาบจึงให้ชาวบ้านช่วยกันกะเทาะปูนออกพบว่าเป็นทองทั้งองค์ ทางกรมศิลปากรตรวจสอบปรากฏว่าเป็นโลหะที่มีทองคำผสมอยู่ถึง 70 % ชาวบ้านจึงเรียกว่า “หลวงพ่อทองคำ”

วัดเขาแก้ววรวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลต้นตาล ทางฝั่งขวาของแม่น้ำป่าสัก ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 6 กิโลเมตร ในสมัยที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จประพาสหัวเมือง เมื่อถึงอำเภอเสาไห้ ได้โปรดเกล้าฯ บูรณะปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้ และสถาปนาเป็นพระอารามหลวง มีคำเล่าลือกันว่าวันดีคืนดีจะเห็นดวงแก้วสุกสว่างเหนือวิหารวัดเขาแก้ว ถือว่าเป็นการแสดงปาฏิหาริย์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุในองค์พระเจดีย์ ในเจดีย์ปรางค์ห้ายอดองค์เล็กซึ่งตั้งอยู่ระหว่างหอระฆังและเจดีย์องค์ใหญ่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่อง พระพุทธรูปปางป่าเลไลก์ และพระพุทธบาทซึ่งล้วนมีลักษณะงดงาม

ถนนพระเจ้าทรงธรรม หรือ ถนนฝรั่งส่องกล้อง เป็นถนนที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าทรงธรรมเมื่อครั้งเสด็จตรวจรอยพระพุทธบาท ทางเรือพระที่นั่งตามลำน้ำป่าสัก พอเสด็จมาถึงบริเวณท่าเรือ จึงได้เสด็จทรงช้างพระที่นั่ง โดยมี พรานบุญเป็นผู้นำทางและเมื่อเสด็จกลับ ได้ให้ฝรั่งส่องกล้อง แล้วให้ตัดทางกว้าง 10 วา ตรงตลอดถึงท่าเรือ เพื่อใช้เป็นถนนหลวง ในปัจจุบันถนนเส้นนี้เหลือร่องรอยให้เห็นอยู่ประมาณ 9 กิโลเมตร โดยเริ่มจากบริเวณเยื้องวัดสร่างโศก ช่วงกิโลเมตรแรกเป็นถนนดินที่ไม่ได้ใช้เป็นถนนอีกต่อไป ต่อจากนี้เป็นถนนลูกรังผ่านหลังวัดปัญจาภิรมย์ วัดหนองคณฑี ไปตัดกับถนนพระพุทธบาท-บ้านหมอ บริเวณหน้าวัดกัลยาพรรพต ผ่านหน้าศาลเจ้าพ่อเขาตก และพระตำหนักสระยอหายไปเป็นถนนลูกรังและคอนกรีต ความกว้างของถนนเหลือ 6-8 เมตร

สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาโปร่งปราบ ตำบลขุนโขลน ห่างจากตัวเมืองสระบุรีไปตามเส้นทางถนนพหลโยธิน ประมาณ 25 กิโลเมตร หากไปจากตัวเมืองสระบุรี วัดจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ทางเข้าอยู่ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 132-133 เป็นสถานที่รักษาคนไข้ติดยาเสพติดที่มีชื่อเสียง สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอกนี้ แม่ชีเมี้ยน ปานจันทร์ เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2500 ต่อมาเมื่อแม่ชีเมี้ยนเสียชีวิตลง หลวงพ่อจำรูญ ปานจันทร์ ซึ่งเป็นหลานได้เป็นผู้ปฏิบัติภารกิจสืบต่อมา และได้รับรางวัล “แมกไซไซ” เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2518

วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลขุนโขลน ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 28 กิโลเมตร มีทางเลี้ยวซ้ายก่อนถึงอำเภอพระพุทธบาทเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ปูชนียสถานที่สำคัญคือ “รอยพระพุทธบาท” ที่ประทับไว้บนแผ่นหินเหนือไหล่เขาสุวรรณบรรพต หรือเขาสัจจพันธคีรี ทางขึ้นพระมณฑปเป็นบันไดนาคสามสาย ซึ่งหมายถึง บันไดเงิน บันไดทอง และบันไดแก้ว ที่ทอดลงจากสวรรค์ หัวนาคที่เชิงบันไดหล่อด้วยทองสำริด เป็นนาค 5 เศียร บริเวณรอบมณฑปมีระฆังแขวนเรียงราย เพื่อให้ผู้ที่มานมัสการได้ตีเป็นการแผ่ส่วนกุศลแก่เพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย ส่วนพระอุโบสถ และพระวิหารต่าง ๆ ที่อยู่รายรอบ ล้วนสร้างตามแบบศิลปกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยา และตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระพุทธบาท (วิหารหลวง) อยู่ภายในวัดพระพุทธบาทฯ เป็นที่เก็บรวบรวมศิลปวัตถุอันมีค่า อาทิ เครื่องทรงสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เครื่องลายครามสังคโลก เครื่องทองสำริดโบราณ ศาสตราวุธโบราณ รอยพระพุทธบาทจำลอง ยอดมณฑปพระพุทธบาทเก่า พัดยศของพระสมัยต่าง ๆ และท่อประปาสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช วิหารหลวงจะเปิดให้ชมเฉพาะช่วงที่มีงานเทศกาลนมัสการพระพุทธบาท ซึ่งปกติจัดให้มีปีละ 2 ครั้ง คือขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 จนถึงแรม 1 ค่ำ และขึ้น 8 ค่ำ เดือน 4 จนถึงแรม 1 ค่ำ อัตราค่าเข้าชม คนไทย ไม่เสียค่าเข้าชม ชาวต่างประเทศ คนละ 30 บาท

บ่อพรานล้างเนื้อ ตั้งอยู่บริเวณใกล้กับวัดพระพุทธบาท มีลักษณะเป็นบ่อหินขนาดย่อมต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงการก่อสร้างปากบ่อขึ้น และที่บริเวณปากบ่อมีรอยเข่าคน ใกล้กับบริเวณบ่อมีหินลาดและมีหลุมลึกลงไป มีขนาดเท่ากระป๋องนม น้ำที่ไหลจากหลุมนี้ถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ มีประวัติเล่ากันว่าพรานบุญผู้พบรอยพระบาทเป็นผู้ที่นำเนื้อมาล้างที่บ่อ โดยคุกเข่าและก้มลงล้างเนื้อในบ่อ ส่วนหลุมขนาดกระป๋องนมคือ รอยปักหอกของพรานบุญ มีน้ำไหลออกมาไม่ขาด

พระตำหนักธารเกษม  ตั้งอยู่ริมธารทองแดงซึ่งเป็นลำธารไหลผ่านพระพุทธบาท เป็นที่ซึ่งมีแมกไม้ร่มรื่น เป็นที่สำราญพระราชหฤทัย พระตำหนักสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2176 ในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เพื่อใช้เป็นที่ประทับเวลาเสด็จมานมัสการพระพุทธบาท ปัจจุบันเหลือเพียงแต่ฐาน ธารทองแดงเกิดจากเขาธารทองแดงในเขตอำเภอพระพุทธบาท แล้วไหลไปทางอำเภอหนองโดน

ตำหนักสระยอ เป็นพระตำหนักที่สมเด็จพระเจ้าปราสาททองทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นที่ประทับเมื่อครั้งเสด็จนมัสการพระพุทธบาท ณ ริมธารน้ำใต้ธารทองแดง ปัจจุบันเหลือเพียงรอยฐานตำหนัก

พระตำหนักท้ายพิกุล พระราชวังโบราณ ปัจจุบันไม่มีซากตำหนักปรากฏอยู่คงมีแต่เกยช้าง (หมายถึง ที่เสด็จขึ้น-ลงพาหนะสำหรับเจ้านาย) และซากกำแพงเป็นเขตโดยรอบ

ถ้ำเทพนิมิตธารทองแดง อยู่ที่วัดพุคำบรรพต ตำบลพุคำจาน เป็นแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ได้พบโบราณวัตถุของมนุษย์สมัยหินใหม่ตอนปลาย มีลักษณะคล้าย และเหมือนกับที่ขุดพบที่บ้านท่าแค บ้านดีลัง และซับจำปา ที่ลพบุรี สันนิษฐานว่ามนุษย์สมัยนั้นในบริเวณดังกล่าวอาจมีความสัมพันธ์กัน ปัจจุบันไม่มีโบราณวัตถุอยู่ในถ้ำแล้ว

ถ้ำนารายณ์ หรือ ถ้ำเขาวง อยู่ที่บ้านเขาวง เป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อย มีอักษรมอญโบราณจารึกไว้ที่ปากถ้ำ

ถ้ำพระธาตุเจริญธรรม หรือ ถ้ำบ่อปลา อยู่ห่างจากอำเภอแก่งคอย ผ่านตลาดแล้วข้ามสะพานอดิเรกสารซึ่งทอดข้ามแม่น้ำป่าสักไปอีกประมาณ 8 กิโลเมตร ลักษณะถ้ำ จากปากทางเข้าจะปูด้วยหินอ่อนเป็นทางเดินชมทั่วบริเวณถ้ำโดยตลอด ภายในถ้ำแบ่งออกเป็นห้องขนาดใหญ่ 3 ห้อง นอกจากนั้นทางด้านหลังยังมีถ้ำขนาดใหญ่อีก 2 ถ้ำ ภายในถ้ำเป็นที่ประดิษฐานของ หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง ปางมารวิชัยสมัยอยุธยา

ผาเสด็จ ตั้งอยู่ริมทางรถไฟ ตำบลทับกวาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 30 กิโลเมตร เป็นหน้าผาที่รัชกาลที่ 5 และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จมาประทับเมื่อคราวสร้างทางรถไฟสายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา เมื่อ พ.ศ. 2438 ทั้งสองพระองค์ได้ทรงจารึกพระปรมาภิไธย จปร. และ สผ. ไว้ ณ หน้าผาแห่งนี้

ถ้ำพระโพธิสัตว์ ตั้งอยู่ในบริเวณวัดถ้ำพระโพธิสัตว์ ตำบลทับกวาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 32 กิโลเมตร ที่ผนังมีภาพจำหลักนูนต่ำเป็นรูปพระพุทธเจ้ากำลังแสดงธรรม และภาพเทพเจ้าในศาสนาฮินดู และภายในผนังถ้ำยังมีเจดีย์ทรงลังกา ศิลปะสมัยทวารวดี มีหินงอก หินย้อย บริเวณภายนอกถ้ำมีต้นไม้นานาพรรณ นอกจากนั้นยังพบรอยจารึกพระปรมาภิไธยย่อ จปร. เมื่อทรงเสด็จทอดพระเนตรน้ำตก ถ้ำธรรมทัศน์ ถ้ำลุมพินี สวนหิน และถ้ำสงัดเจดีย์

เขาพระพุทธบาทน้อย ตั้งอยู่ในบริเวณวัดพระพุทธบาทน้อย ที่ตำบลสองคอน มีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนสูงชัน สลับซับซ้อนเรียงรายด้วยยอดเขาแหลม และที่ยอดเขาแหลมนี้จะพบเห็นนกจู๋เต้นเขาปูน ในวงศ์นกกินแมลงจะพบมากที่จังหวัดสระบุรี ในอดีตเคยมีผู้พบ เลียงผา หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ม้าพระอินทร์ อาศัยอยู่ในถ้ำสามเขา ที่มีเนื้อที่เกือบ 1 ไร่ ภายในมีรอยพระพุทธบาทจำลอง

พระบวรราชวังสีทา ตั้งอยู่ที่ตำบลสองคอน ประวัติพระบวรราชวังแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างที่ริมแม่น้ำป่าสักฝั่งตะวันตก ณ ตำบลบ้านสีทา ในแขวงจังหวัดสระบุรี สร้างคราวเดียวกับเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงสร้างพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ที่เมืองลพบุรี

แหล่งโบราณคดีบ้านดงน้ำบ่อ ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 334 เข้าทางสถานีเขาสูง ( 6 กิโลเมตรจากหุบเขาทานตะวัน ตำบลหินซ้อน ) ผ่านห้วยซับม่วงเลี้ยวขวาไปชมแหล่งฝังศพที่อยู่อาศัยของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย พบโครงกระดูกที่มีการฝังทับซ้อนวางเรียงกันในแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก เป็นสุสานที่มีพิธีกรรมในการฝังศพและเป็นแหล่งโบราณคดีวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำป่าสัก ขุดพบเครื่องมือ หินเหล็ก เครื่องประดับ กำไล ลูกปัด มีอายุประมาณ 2,000 ปี มาแล้ว

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า มีพื้นที่ 13,750 ไร่ ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะปราง มีความอุดมสมบูรณ์และหลากหลายทางชีวภาพทั้งพันธุ์พืชและสัตว์ป่านานาชนิด มีพื้นที่ติดต่อกับด้านตะวันตกของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ประกอบด้วยป่าหลายชนิดได้แก่ ป่าดิบแล้ง ป่าดงดิบชื้น ป่าเบญจพรรณ และทุ่งหญ้า ก่อให้เกิดความหลากหลายของพันธุ์พืช เป็นต้นกำเนิดของน้ำตกต่าง ๆ ในพื้นที่ พันธุ์ไม้ที่พบมีจำพวกพืชสมุนไพร เช่น พญามีฤทธิ์ ม้ากระทืบโรง กราวเครือ ว่าน รวมทั้งเห็ดชนิดต่าง ๆ เช่น เห็ดแชมเปญ เห็ดปากหมูฯ สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณ ได้แก่ ช้างป่า กระทิง หมี กวาง เก้ง นางอาย อีเห็น กระจง หมูป่า และ นกอีกประมาณ 158 ชนิด เช่น โพระดก หัวขวาน กระแตแต้แวด ปรอด ขุนแผน ฯลฯ บินข้ามไปมาระหว่างศูนย์ฯ กับเขาใหญ่

องค์การศาสนาเซไคคิวเซเคียวประจำประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ 430 ไร่ มีโครงการจัดทำสวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนมิโรคุ โดยมีวิสัยทัศน์ที่จะให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการ การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ ศาสนา และศิลปะความงามด้านพืชศาสตร์ ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่ง มีสระน้ำ ประติมากรรมหินอ่อน รูปทรงต่าง ๆ และสวนญี่ปุ่น มีภูมิทัศน์ที่สวยงามและอีกด้านหนึ่งของโครงการจะมีแปลงสาธิตเกษตรธรรมชาติ โดยใช้ EM เทคโนโลยี คือการใช้จุลินทรีย์ให้เกิดประโยชน์เพื่อลดมลภาวะในสิ่งแวดล้อม

น้ำตกเหวน้อย อยู่ที่บ้านมวกเหล็กใน เป็นต้นน้ำของน้ำตกมวกเหล็ก และน้ำตกเจ็ดสาวน้อย เมื่อเดินต่อไปจะพบ น้ำตกเหวราง และน้ำตกโป่งตาลอง ซึ่งเป็นน้ำตกสูงอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ช่วงที่เหมาะในการท่องเที่ยว คือช่วงเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน

สวนรุกขชาติมวกเหล็ก และน้ำตกมวกเหล็ก อยู่ห่างจากสระบุรีประมาณ 37 กิโลเมตร ไปตามถนนมิตรภาพ ทางเข้าซ้ายมือตรงข้ามกับร้านขายผลิตภัณฑ์ขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) สวนรุกขชาตินี้มีเนื้อที่ 375 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ระหว่างอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี กับอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีลำธารซึ่งมาจากต้นน้ำในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ไหลผ่านลงสู่แม่น้ำป่าสัก ซึ่งเป็นเส้นกั้นเขตระหว่างสองจังหวัดดังกล่าว ในลำธารมีแก่งหินลดหลั่น เป็นน้ำตกชั้นเล็ก ๆ บริเวณสองฟากของลำธารมีสะพานแขวน และพันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับต่าง ๆ

อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย อยู่ในเขตตำบลมวกเหล็กทางเข้าทางเดียวกับน้ำตกมวกเหล็ก เป็นทางลาดยางต่อไปอีก 9 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ไหลลดหลั่นมาตามแนวลำธาร มีประมาณ 7 ชั้น แต่ละชั้นมีความสูงราว 4 เมตร แอ่งน้ำมีบริเวณที่เล่นน้ำกว้าง และร่มรื่น

น้ำตกซับเหว ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2273 ตรงสู่แยกไปโป่งเก้งเขต อำเภอมวกเหล็ก แล้วเลี้ยวขวาไปประมาณ 5 กิโลเมตร น้ำตกซับเหวมีความสูงกว่า 30 เมตร จากจุดเริ่มต้นเข้าไปสู่น้ำตกด้วยระยะทางประมาณ 800 เมตร เป็นลักษณะผาดินสูงประมาณ 30 เมตร ล้อมรอบด้วยหุบเขา มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ให้ลงเล่นน้ำได้ ด้านขวาของน้ำตกมีทางเดินขึ้นไปชมโพลงถ้ำขนาดเล็กซึ่งมีหินงอก หินย้อยภายในถ้ำ การเดินทางเข้าไปที่น้ำตกค่อนข้างลำบาก

ถ้ำดาวเขาแก้ว ตั้งอยู่ที่ตำบลพญากลาง ห่างจากอำเภอมวกเหล็กประมาณ 38 กิโลเมตร หรือจากตัวอำเภอเมืองไปประมาณ 75 กิโลเมตร ไปทางเดียวกับน้ำตกเจ็ดสาวน้อยอยู่เลยไปอีกประมาณ 30 กิโลเมตร ผู้ที่จะชมถ้ำต้องปีนบันไดจากเชิงเขาไปถึงปากถ้ำประมาณ 100 เมตร ลักษณะแปลกของถ้ำนี้ คือ มีจุดสีแดง สีดำ และสีน้ำตาลอยู่ที่เพดานถ้ำ มีหินงอก หินย้อย และมีฝูงค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

ไร่องุ่นในอำเภอมวกเหล็ก อำเภอมวกเหล็กมีไร่องุ่นที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ตลอดทั้งปี คือ ชิมองุ่นสด ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากองุ่น เช่น ไวน์ องุ่นไร้เมล็ด น้ำองุ่น องุ่นหยี แยมองุ่น เป็นต้น หรือ จะร่วมกิจกรรมเก็บองุ่นก็ได้ ไร่องุ่นที่เปิดสำหรับนักท่องเที่ยว ได้แก่ ไร่องุ่นกำนันเม้ง,ไร่องุ่นคุณมาลี,สวนองุ่นภูอมรและไวน์องุ่นภูอมร, ไร่น้ำภูฟ้า การเดินทางชมไร่องุ่นจะอยู่ตามเส้นทางสาย 2089 เส้นมวกเหล็ก-วังม่วง

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์  มีพื้นที่อยู่ในเขตบ้านคำพราน อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี และตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ความยาวสันเขื่อน 4,860 เมตร ได้ก่อสร้างขึ้นตามโครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตัวเขื่อนก่อสร้างด้วยการเรียงหิน มีแกนดินเหนียวภายใน มีประตูเก็บน้ำ 7 ช่อง อุโมงค์ระบายน้ำ 2 แห่ง เก็บกักน้ำได้ปริมาณ 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร

อุโมงค์ต้นไม้ เป็นบริเวณทางโค้งที่ต้นไม้สองฝั่งถนนโน้มเข้าหากันทำให้ดูคล้ายอุโมงค์ และให้ความร่มรื่นสวยงามมีความยาวประมาณ 200 เมตร นักท่องเที่ยวมักจอดรถแวะถ่ายรูปเป็นประจำ การเดินทาง จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 2 แยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2089 อุโมงค์ต้นไม้จะอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 24-25 จะมีป้ายบอกว่าเป็นอุโมงค์ต้นไม้

ทุ่งทานตะวัน ตั้งอยู่ที่บริเวณเขตติดต่อระหว่างจังหวัดลพบุรี และสระบุรี ตามเส้นทางสายพัฒนานิคม-วังม่วง มีการทำไร่ทานตะวันกันมาก ในช่วงฤดูหนาวราวเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ริมฝั่งถนนจะสะพรั่งไปด้วยสีเหลืองของดอกทานตะวัน เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้ผ่านมาบริเวณนี้เป็นอย่างมาก
สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวนับแสนคนจากทั่วประเทศให้เดินทางมาเที่ยวชมและถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทานตะวันมีอยู่หลายอย่าง อาทิ เมล็ดทานตะวันอบแห้ง คุกกี้ทานตะวัน ข้าวเกรียบ ข้าวตังทานตะวัน น้ำผึ้งดอกทานตะวัน เกสรผึ้ง นมผึ้ง และเครื่องจักสานใบลานที่ขึ้นชื่อ เป็นต้น

เจดีย์พระคุณแม่ ตั้งอยู่ที่วัดคลองใหม่ ตำบลหนองหมู ระยะทางห่างจากจังหวัดประมาณ 42 กิโลเมตร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน มุ่งสู่กรุงเทพฯ ผ่านหินกองและตลาดหนองแค ก่อนข้ามสะพานรพีพัฒน์ จะมีทางแยกซ้ายมือเลียบคลองชลประทานบอกทางเข้าวัดคลองใหม่ แล้วเลี้ยวซ้ายผ่านที่ว่าการอำเภอหนองแคไปประมาณ 5 กิโลเมตร เจดีย์พระคุณแม่เป็นเจดีย์รูปทรงคล้ายพระปฐมเจดีย์ ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง องค์เจดีย์ล้อมรอบด้วยพระประจำวัน เจดีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อให้กุลบุตรกุลธิดาระลึกถึง และตอบแทนพระคุณแม่

สวนนกธรรมชาติตำบลไผ่ต่ำ อยู่บริเวณป่าไผ่ที่บ้านลุงต้อม เหมือนแม้น อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลไผ่ต่ำ มีเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ เป็นที่อยู่อาศัยของฝูงนกพันธุ์ต่าง ๆ กว่า 17 ชนิด อาทิ นกเอี้ยงดำ นกกางเขน นกเขา นกกวัก นกกาน้ำเล็ก นกแขวก และนกกระยาง โดยฝูงนกเหล่านี้จะออกหากินตั้งแต่เช้าตรู่ และจะบินกลับรังในตอนเย็นใกล้ค่ำ การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ไปจากกรุงเทพฯ จนถึงระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 83-84 ทางด้านซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางไปวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วัดไผ่ต่ำ ให้เลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 800 เมตร จนพบคลองชลประทานให้เลี้ยวซ้ายเลียบคลองไปอีกประมาณ 150 เมตร

เที่ยวปากช่อง

เดินทางโดยรถไฟ

สำหรับผู้ที่ไม่เร่งรีบ และต้องการชมบรรยากาศสองข้างทาง(เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง) มีรถไฟออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) ไปนครราชสีมาทุกวัน

ซึ่งเส้นทางสายนี้เป็นเส้นทางสายประวัติศาสตร์ เป็นเส้นทางรถไฟสายแรกของประเทศไทย รถไฟจะเคลื่อนผ่านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ทุ่งทานตะวัน  ผาเสด็จ อำเภอปากช่อง อ่างเก็บน้ำลำตะคอง และมุ่งสู่จังหวัดนครราชสีมา ที่มีบรรยากาศสองข้างทางสวยงามมาก การเดินทางไปอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว
เริ่มต้นจากเส้นถนนพหลโยธิน ผ่านรังสิต วังน้อย หนองแค หินกอง ถึงสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าถนนมิตรภาพ ผ่านทับกวาง แก่งคอย มวกเหล็ก กลางดง จะถึง ปากทางเข้าอำเภอปากช่อง เลี้ยวซ้ายจะเข้าอำเภอปากช่อง ถ้าตรงไปอีกหน่อยจะมีทางต่างระดับเลี้ยวซ้ายแล้ววนขวาไปถนนธนะรัชต์ มุ่งตรงสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

เดินทางโดยรถตู้   มีให้เลือกผู้ประกอบการ  2 เจ้า ได้แก่

1.    จำนงค์รถตู้ (รถตู้ป้าจำนงค์)   ค่ารถ 160 บาท/คน ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง รถออกทุกวัน

กรุงเทพ – ปากช่อง (สำหรับขาไป)  ขึ้นรถข้างสวนสันติภาพ ซ. 3 (เทวดาพลาซ่า) อนุสาวรีย์ชัยฯ รถออกทุก 1 ชั่วโมง ( 06.00-20.00 น.)

แผนที่สวนสันติภาพ อนุสาวรีย์ชัยฯ

ปากช่อง – กรุงเทพฯ (สำหรับขากลับ)  ท่ารถอยู่ที่อาคารดิโฮมทาวน์ ตรงข้ามตลาดไนท์ สี่แยกไฟแดงใหญ่ปากช่อง รถออกทุก 1 ชั่วโมง เวลา (05.00-19.00 น.)

นอกจากวิธีการเดินทางแบบธรรมดาแบบข้างต้น จำนงค์รถตู้ยังมีบริการพิเศษรับส่งจากกรุงเทพฯ ถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ต้องการ ยินดีให้เหมารถได้ จองที่นั่งได้ รายละเอียดติดต่อโทร. ป้านงค์ 089-900-3097 ท่ากรุงเทพ 089-844-8254 ปากช่อง 089-616-1952

2.    เทวาดา รถตู้
กรุงเทพ – ปากช่อง (สำหรับขาไป)   ท่ารถกรุงเทพ ขึ้นจากอนุสาวรีย์ชัยฯ รถจอดที่ หน้าภัตตาคารพงหลี ราชวิถี ซอย 11 รถออกทุกชั่วโมงตั้งแต่เวลา 06:00น.-20:00น. คนละ 180 บาท  ลงหน้าตลาดเท-วา-ดา พลาซ่า ปากช่อง

ภัตราคารพงหลี อนุสาวรีย์ชัยฯ

ปากช่อง – กรุงเทพฯ (สำหรับขากลับ)  ท่ารถปากช่อง รถจอดที่ เท-วา-ดา พลาซ่า รถออกทุกชั่วโมงตั่งแต่ เวลา 05:00น.-19:00 น.

รายละเอียดติดต่อโทร 081-669-9858 ท่ากรุงเทพ 081-999-3707 ท่าปากช่อง 081-999-3606 และ 044-313-399

เดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง  จากกรุงเทพฯ

ซื้อตั๋วรถได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2   จุดขายตั๋วอยู่ชั้น 2    มีรถโดยสารธรรมดา และ รถปรับอากาศชั้น 1 และชั้น 2 โดยสายที่จะไปนครราชสีมา จะเรียกว่า สาย 21 (กรุงเทพฯ – นครราชสีมา) วิ่งให้บริการจาก กรุงเทพฯ มายังจังหวัดนครราชสีมา ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีบริษัทเอกชน ที่ได้รับสัมปทานเปิดบริการเดินรถโดยสารสาย 21 จำนวน 3 รายคือ

บริษัท ราชสีมาทัวร์ จำกัด  โทร. (กรุงเทพฯ) 02-936-1615, โทร. (นครราชสีมา) 044-245443

บริษัท แอร์โคราชพัฒนา จำกัด  โทร. (กรุงเทพฯ) 02-936-2252 , โทร. (นครราชสีมา) 044-252999

บริษัท สุรนารีแอร์ จำกัด

ส่วนใหญ่รถจะออกทุก 20นาที ใช้เวลาวิ่ง 2.15 ชม.

หมายเหตุ  รถโดยสารจะมีวิ่งสองเส้นทาง คือ วิ่งเข้าตัวอำเภอปากช่องจะเริ่มตั้งแต่เวลา 4.00 – 20.00 น. ขอลงที่อำเภอปากช่องได้ และจะมีรถด่วนพิเศษ ที่ไม่วิ่งเข้าตัวอำเภอปากช่อง มุ่งตรงไปจังหวัดนครราชสีมาเลย จุดนี้นักท่องเที่ยวจะต้องสอบถามทางพนักงานของรถให้ดี มิฉะนั้นอาจจะต้องลงระหว่างทาง หรือลงบริเวณห้างเทสโก้ โลตัส ปากช่อง แล้วขึ้นรถสองแถวเพื่อที่จะเข้าตัวเมืองเทศบาลเมืองปากช่อง

ขากลับ เนื่องจากอำเภอปากช่องอยู่กึ่งกลางระหว่างจังหวัดนครราชสีมากับกรุงเทพมหา นคร ขากลับจำเป็นจะต้องรอรถโดยสารที่วิ่งต้นสายมาจากจังหวัดนครราชสีมา โดยเฉลี่ยแล้วรถโดยสารจะมาเที่ยวละประมาณ 45 นาที  ซึ่งสามารถซื้อตั๋วรถได้ที่ท่ารถ ซึ่งมีทั้งหมด 3 จุด ได้แก่
1.    ท่ารถหน้าร้านสะดวกซื้อแฮนดิมาร์ท
2.    ท่ารถข้างโรงแรมปากช่อง เจริญมิตรคอร์ท
3.    ท่ารถ บขส. หลังร้านข้าวต้มกากีนั๊ง

ล่องแก่งสุดหรรษา

แม่น้ำ

ปฐมบทแห่งการล่องแก่ง สำหรับผู้ที่ไม่เคยล่องแก่งมาก่อน เนื่องจากสายน้ำของแม่น้ำนครนายก อยู่ในระดับ 1-3  ความยากง่ายขึ้นอยู่กับฤดูกาล และสามารถล่องแก่งได้ตลอดทั้งปี

แม่น้ำนครนายก เป็น สายน้ำที่มีต้นกำเนิดมาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ไหลลงมากลายเป็นน้ำตกนางรอง ไหลมาบรรจบกับ แม่น้ำนครนายก ซึ่งไหลมาจากน้ำตกเหวนรก ภายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กระแสน้ำไหลแรงในช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – ตุลาคมจุดเริ่มต้นของการล่องแก่งแม่น้ำนครนายกอยู่ที่บริเวณสะพานท่าด่าน โดยระยะเวลาในการล่องแก่งแม่น้ำนครนายกจะใช้เวลาประมาณ  2 ชั่วโมง

จุดเด่นของแม่น้ำสายนี้ คือ ตัวแก่งหินสามชั้น กระแสน้ำจะมีลักษณะไหลลดหลั่นกันลงมาคล้ายขั้นบันได เป็นแก่งที่สร้าง ความตื่นเต้น เร้าใจ ได้พอสมควร แก่งหินสามชั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการพายเรือแคนูหรือเรือคยัค นอกจากแก่งหินสามชั้นแล้ว ยังมีแก่งโขดคุ้งและเกาะแก่ง หลังจากผ่านแก่งต่าง ๆ แล้ว ความรุนแรงของกระแสน้ำจะลดลง

เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของการล่องแก่งแม่น้ำนครนายก คือลำน้ำที่คดเคี้ยวตลอดเส้นทางการล่องทำให้เราได้มีโอกาส ฝึกการพายบังคับเรือยางหรือแคนู – คยัคให้เลี้ยวซ้ายขวาได้อย่างสนุกสนาน จนสิ้นสุดการล่องแก่ง ที่บริเวณวังยาว

กิจกรรมล่องแก่งเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยว เชิงกีฬาและผจญภัยที่มีความสนุกสนาน ตื่นเต้น ท้าทาย  แต่ละสายน้ำมีลักษณะความยากง่ายแตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิประเทศของสายน้ำ  สำหรับผู้ที่จะไปล่องแก่งควรหาข้อมูลของสถานที่ที่จะไปก่อนล่วงหน้า เพื่อการเตรียมพร้อมมากที่สุด และควรเรียนรู้พื้นฐานของการล่องแก่ง เพื่อความปลอดภัย และสนุกสนานได้อย่างเต็มที่

ก่อนจะถึงตัวแก่งสามชั้นระยะทางไม่กี่เมตรจะถึงโค้งหักศอกก่อน นักล่องแก่งควรระมัดระวังตัว ตั้งใจพายให้ดีเมื่อถึงโค้งหักศอกนี้ เพราะต่อไปจะเป็นแก่งสามชั้น ซึ่งมีลักษณะเป็นชั้นหินสามชั้น เทลาดเอียง ลงมาเป็นขั้นบันได ระยะทางยาวประมาณ 50 เมตร กระแสน้ำจะไหลวนลงมากระทบกับโขดหินน้อยใหญ่ที่จมอยู่ใต้น้ำ จนเกิดเป็นลูกคลื่นม้วนตัวเข้าหาหินสูงประมาณหนึ่งเมตร เป็นจุดท้าทายของนักพายเรือคยัคและแคนู ซึ่งจะมาประลองกำลังความสามารถกันที่บริเวณแก่งสามชั้นแห่งนี้ แก่งสามชั้นสร้างความตื่นเต้นเร้าใจในการล่องแก่งนี้ได้พอสมควรการล่องแก่ง นางรองนครนายก จะไปสิ้นสุดการล่องที่บริเวณ บ้านวังยาว

แก่งต่าง ๆ ที่จะล่องผ่าน
แก่งโขดคุ้ง มีลักษณะเป็นโขดหินโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำในช่วงฤดูร้อน แต่จะจมลงไปในน้ำยามฤดูฝน
เกาะแก่ง มี ลักษณะเช่นเดียวกันกับแก่งโขดคุ้งถ้าในช่วงฤดูร้อนจะมองเห็นเกาะแก่งนี้ แต่ถ้าอยู่ในช่วงฤดูฝน กระแสน้ำจะท่วมเกาะแก่งนี้จนไม่สามารถมองเห็นได้
แก่งหินสามชั้น ถือว่าเป็นไฮไลท์ของการล่องแก่งนางรองนครนายก

พาเที่ยว ปราสาทโนนกู่

เดินป่า

ความน่าสนใจ :
เป็นศาสนสถานแบบศิลปะเขมร ที่ตั้งอยู่ในเมืองโคราฆปุระ ซึ่งเป็นเมืองโบราณที่ได้รับอิทธิพลของขอมโบราณที่แผ่อิทธิพลเข้ามาถึง มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นโบราณสถานขนาดเล็กก่อด้วยอิฐและหินทรายควบคู่กัน  ประกอบด้วยปรางค์หลังเดี่ยวบนฐานสูง ด้านหน้ามีวิหารหันเข้าหาปราสาทประธานอยู่ 2 หลัง  มีบรรณาลัยสององค์ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว  มีซุ้มประตูเข้าออกทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกก่อด้วยอิฐปนหินทราย  และ ที่ลานระหว่างวิหารทั้งสองนั้นพบโคนนทิหมอบในอาการเคารพปราสาทประธานอันเป็น ที่สถิตของพระศิวะมหาเทพ ตามคติความเชื่อของศาสนาฮินดูในราวพุทธศตวรรษที่ 16  บริเวณนี้สภาพปัจจุบันเหลือเพียงซากฐานอาคาร เมื่อ พ.ศ.2502 กรมศิลปากรโดย นายมานิต วัลลิโภดม ได้ทำการขุดแต่งพบวัตถุโบราณหลายชิ้น เช่น ปรางค์จำลอง เทวรูปทวารบาล เป็นต้น ปัจจุบันวัตถุโบราณเหล่านี้ได้นำไปจัดแสดงที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย

การเดินทาง :
โดยรถยนต์ส่วนตัว จากอำเภอปากช่องใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (นครราชสีมา-สระบุรี)  จนถึงกิโลเมตร ที่ 221-222 รวมระยะทางห่างจากตัวเมืองประมาณ 32 กิโลเมตร ก็จะถึงแยกเข้าอำเภอสูงเนินเลี้ยวเขาไปประมาณ 3 กม.จะพบทางเลี้ยวขวาข้างวัดญาณโศภิตวนาราม(วัดป่าสูงเนิน) เข้าไปอีกประมาณ 3 กม.จะพบปราสาทโนนกู่อยู่ทางด้านซ้ายมือ
โดยรถประจำทาง :   ต้องเหมารถมอเตอร์ไซด์หรือรถสองแถวจากอำเภอสูงเนินเข้าไป