นอนค้างที่บาหลีความทรงจำอันสวยงาม

สมมติฐาน ของฉันว่าเขาเคยอยู่ที่นี่ตลอดไป แต่เมื่อเราได้รับการพูดคุยผ่านความคิดริเริ่มของฉันและไม่ฉันของเขารู้ว่า เขาได้รับที่นี่เพียงสามวันและเป็นครั้งแรกของเขาในส่วนหนึ่งของโลกนี้ เขามาที่นี่เพื่อเรียนรู้ที่จะท่อง อาจนี้ลึกเย็นเป็นสิ่งที่นักท่องหรือคนขับรถไปเรียนรู้การท่องสิ่งที่

Rince อธิบายถึงวิธีการที่เขาบินมาจาก Hochi มินห์ซิตี้หลังจากเดือนยาวเดินทางจักรยานมอเตอร์จากฮานอย

“เมื่อ คุณเดินทางเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วคุณไม่ต้องกังวล” เขากล่าว “ถ้าวันพรุ่งนี้คุณไม่ได้ทำอะไรถ้าคุณต้องการที่จะนอนอยู่บนเตียงทั้งวันที่ OK.”

เมื่อฉันถามเขาว่าเขาเคยเป็นในขณะที่ทำให้กลัวการเดินทางของเขา เขาบอกว่าเวียดนามเป็นคนใจดีเขาเคยพบ และในส่วนชนบทที่เขาเดินทางผ่านพวกเขาไม่เคยเห็นแม้แต่คนผิวขาว

 

ขณะ ที่ผมเดินบาหลีอีกสองสามวันต่อไปผมไม่สามารถหยุดคิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้นบัวชมพู, วิธีก้มไปหยิบดอกไม้เปิดตัวน้ำท่วมของวิปัสสนาอารมณ์ที่ ใน วันสุดท้ายของฉันที่นี่ฉันจะหยุดเข้าไปในร้านอาหารและมีกาแฟเย็นและเป็นฉัน ได้รับการทำมากเมื่อเร็ว ๆ นี้ดึงออกสมุดบันทึกของฉันภายในที่ฉันได้รับการพยายามที่จะคิดออก นี่คือบางส่วนของสิ่งที่ฉันได้จดลงจนถึงขณะนี้:

เองกลัวแม้แต่คนเดียวของเมื่อมองที่มีความเห็นอกเห็นใจเป็นสิ่งที่สามารถที่จะโอบกอดเหมือนเด็กร้องไห้

Borghes อธิบายความฝันของดันเต้ที่เขาตื่นขึ้นมารู้สึกราวกับว่าเขาเป็นทั้งสิ่งที่ค้นพบและการสูญเสียที่ไม่มีที่สิ้นสุด ฉันรู้สึก bit เช่นนั้นด้วย

กลัวความจริงของฉันคืออะไร จะถูกเปิดเผยเป็นฉ้อโกงหรือไม่ ที่จะสูญเสียการควบคุมตัวเองทั้งหมด? การยอมรับนับถือจากผู้อื่นหรือไม่ เผยให้เห็นบางสิ่งบางอย่างที่น่าอับอายกับคนอื่นที่ผมไม่ทราบว่าผมเปิดเผย

มันเป็นเหมือนจักรวาลได้ชิดตัวเองผ่านการกระทำของจักรวาลเวลาที่จะมีแมวและดอกไม้มาร่วมกัน และฉันต้องเดินทางทางไกลไปถึงที่นั่น มันเป็นเรื่องของการส่องชั้นของชีวิตปกติว่าช่วงเวลา desensitizes คุณสู่โลกรอบ ๆ ตัวคุณ
และตอนนี้สิ่งที่? ขณะที่ฉันได้มีช่วงเวลาของความชัดเจนนี้สิ่งที่จะทำอย่างไรกับมันได้หรือไม่ เมื่อโมเสสถูกส่งพระวจนะของพระเจ้าเขาเอามันไปคนในขณะที่โจนาห์วิ่งออกจากมัน และมองสิ่งที่เกิดขึ้นกับโยนาห์ คุณสามารถได้ยินโลกของพระเจ้า – มีความจริงดาวน์โหลดลงในสมองของคุณ – แต่แล้วสิ่งที่? แน่นอนนี้เป็นจุดเริ่มต้น แต่สิ่งที่ตอนนี้หรือไม่

มัน เป็นขณะที่ไหลผ่านในขณะที่วัด poking และ prodding มันและแน่นอนยังกังวลว่าฉันถูก fetishizing มัน Rince ที่เดินเข้ามาเขาดูเหมือนผอม, วางกลับชิ LeBoeuf เขามีความสะดวกในการที่–ness ของใครบางคนที่รู้สึกตกลงในโลกในผิวของตัวเอง เขา คือ 25 ปีและแม้ว่าดีเดินทางเขาได้โดยไม่ต้องความยากจนที่ว่าเสน่ห์ที่โปรดปรานเล็ก น้อยของนักท่องเที่ยวผู้ที่ได้รับการเดินทางยาวเกินไปด้วยตัวเองและบังคับ ให้อย่างต่อเนื่องเข้ามารบกวนการสนทนาบนทำให้สหายใหม่ที่จะเจาะทะลุออกความ เหงา .

 

“โลกเป็นสนามเด็กเล่น” เขากล่าว

นี้เป็นภูมิปัญญาของการเป็น 25 หรือจะ Rince มักจะเห็นการใช้ชีวิตในทางนี้

เมื่อ ฉันถูก 19, เชื้อเพลิงในหนังสือเช่น “บนถนน” และ “ความกลัวและความชิงชังในลาสเวกัส” ทุกความต้องการที่สำหรับการเล่นประสบการณ์ – ทุกอย่างในครั้งเดียว – ระเบิดในตัวฉันในรูปแบบของการเดินทางรถบัส Greyhound ข้ามทวีปอเมริกาเหนือ จากมอนทรีออไป LA กับเพื่อนของฉัน Avi มันพาเราเดือนที่จะได้มีและเดือนที่จะได้รับกลับ มันเป็นช่วงเวลาโลก-is-สนามเด็กเล่นของฉันและฉันก็ไม่กลัว ไม่เชิง ว่า ฉันกำลังนอนหลับอยู่ในเขตข้อมูลในนิวเม็กซิโกหรือรอนแรมบนด้านหลังของรถ กระบะในสายฝนมีความโรแมนติกมีเรื่องที่ฉันถูกมองไปข้างหน้าเพื่อบอกว่ากลัว เจือจาง ผมอยู่ในการปรับแต่งกับเอกลักษณ์ของสถานที่ที่ฉันไปทุกที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละช่วงเวลา กลิ่นของล็อบบี้ของโรงแรมในไซแอนเตือนฉันของสบู่กลิ่นผมในวัยเด็ก ทุกอย่างรู้สึกพิเศษ ทุกความคิดใหม่ที่ถูกจัดหมวดหมู่ได้ทันทีในสมุดบันทึก สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมหรือเปล่า ฐานะที่เป็นผู้ใหญ่ฉันหยุดเห็นโลกเป็นสนามเด็กเล่น ฉัน มาเพื่อดูชีวิตเป็นวันที่คุณพยายามของคุณที่ดีที่สุดที่จะได้รับผ่านด้วย ความเจ็บปวดน้อยที่สุดเท่าที่ตัวเองและคนอื่น ๆ ที่เป็นไปได้

ผม จำได้ว่าใน “บนถนน” Sal Paradise และเพื่อน ๆ ของเขาพูดถึงผู้ที่สี่เหลี่ยมกังวลเกี่ยวกับการเดินทางทั้งที่พวกเขากำลังจะ กินที่พวกเขากำลังจะนอนในขณะที่พวกเขา Hipsters เดิมเพียงรู้ว่าพวกเขา ต้องการจะตกลงว่าสิ่งเหล่านั้นเสมอเพียงดูแลตัวเอง ว่านั่นคือสิ่งที่หลีกเลี่ยง เมื่อฉันอ่านหนังสือที่ 18 ผมรู้สึกว่าผมรู้ว่าเรื่องนี้และไม่เคยคิดว่าฉันจะลืมมันว่าฉันไม่เคยจะเป็นหนึ่งในบรรดาสแควร์ ตอน นี้แน่นอนผมเห็น Sal และเพื่อนของเขาเป็นพวงของ mooches ชนิดของคนที่ไม่ได้ไม่ต้องกังวลเพราะพวกเขาอาจจะมีเพื่อนอย่างผมบางที่สร้าง ขึ้นสำหรับความรับผิดชอบและต้องกังวลกับที่นอนเพื่อความผิดพลาดบนและ ตู้เย็นที่เต็มไปด้วยร้านขายของชำ

ทำให้ผมนึกถึงคำอธิบาย DH Lawrence ของ Starbuck จาก “Moby Dick”: “. เชื่อถือและเชื่อถือได้ – ในคำอื่นกลัว” สิ่งที่เป็นวิธี nonjudgmental เก่งของวาง เป็นที่เชื่อถือได้เป็นไม่ได้ทั้งหมดที่ไม่ดี แต่ก็สามารถลาก

Rince ประชุมทำให้ฉันรู้สึกเหมือนฉันอาจจะไม่ควรจะเป็นอย่างนั้นกังวลและกลัวตลอดเวลา และ แม้ในขณะนี้ผมคิดว่าผมไม่สามารถปล่อยให้ไปของความเชื่ออมตะ, เดินสายและฝังแน่นของฉันในการทำงานเชิงของจักรวาลภายในซึ่งฉันอาศัยอยู่สถาน ที่ที่แม้กระทั่งการพิจารณาเรื่องดังกล่าวจะมีการระคายเคืองตาชั่วร้ายเพื่อ ให้มั่นใจผม จะถูกปล้นและทิ้งไว้ให้ตายในตรอก

เมื่อ Rince และฉันส่วนฉันเดินไปยังชายหาดและเดินไปตามทางที่บางสิ่งบางอย่างที่มีลักษณะ เช่น scurries แมลงสาบขนาดใหญ่ข้ามเส้นทางของฉัน อีกครั้งที่ฉันรู้สึกความรู้สึกที่คุ้นเคยของท้องของฉันและฉันกระชับโอบกอดมัน – พุทธระฆังเรียกฉันกลับไปที่ตัวตนที่แท้จริงของฉัน ผมพยายามที่จะเห็นความจริง, ความงาม, Ness ฉันในวันที่ผิดหลุมพัดในสายลม, สำหรับข้อผิดพลาด

เที่ยวอย่างประหยัด

ใน อดีตที่ผ่านมา Gadling ได้รายงานในความแตกต่างระหว่างการประกันการเดินทางซึ่งครอบคลุมความเสียหาย ทางการเงินและการป้องกันการเดินทางซึ่งให้การสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือ ได้ทันทีในกรณีฉุกเฉิน เราอธิบายวิธีการประกันที่ครอบคลุมการประเมินผลทางการแพทย์สามารถช่วยหลีกเลี่ยงตั๋วเครื่องบิน $ 100,000 เกินไป เพื่อน ของเราที่มี airfarewatchdog กราฟที่ดีที่จะอธิบายถึงความแตกต่างระหว่างผู้เล่นสามคนสำคัญในเกมบริการ ด้านการท่องเที่ยวนานาชาติ OnCall, Medjet Assist และ AirMedแต่สิ่งที่ถ้าคุณเดินทางพาแคมป์ขี่จักรยานหรือเล่นสกีบางรอบทวีปอเมริกา เหนือเมื่อล่องเรือไปในทะเลแคริบเบียนเบอร์มิวดาหรือเม็กซิโก? สำหรับคุณอาจจะมีความคุ้มครองที่คล้ายกันในส่วนของค่าใช้จ่าย
บริษัท อื่น SkyMed ครอบคลุมเพียงประเทศสหรัฐอเมริกา, แคนาดา, เม็กซิโก, เบอร์มิวดาแคริบเบียนและบาฮามาสกับแผนระยะสั้นที่ต่ำเป็น $ 9 ต่อวัน

สิ่ง สำคัญที่จะเดินทางผจญภัย SkyMed ใช้ไอพ่นติดตั้งและบุคลากรทางการแพทย์เป็นส่วนใหญ่และปีกเครื่องบินอื่น ๆ ที่เหมาะสมสำหรับประเภทของแถบเชื่อมโยงไปถึงสนามบินหรือใช้ได้ สถานการณ์ควรจะเรียกสำหรับเฮลิคอปเตอร์ที่พวกเขามีบรรดาเกินไป

เดินทางไปยังสถานที่บนโลกใด ๆ ที่จะยกขึ้น, ปีนเล่นสกีหรือดำน้ำลึก? คุณได้แผนเหล่านี้ครอบคลุม
ผม ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการป้องกันการเดินทางเกี่ยวกับเวลานี้เมื่อปีที่หลีก เลี่ยงเรือใบเรียกเก็บเงิน $ 2,500 ศูนย์การแพทย์โดยมีการป้องกันที่คล้ายกันกับนโยบาย TravelGuard ประจำปี
ใด ๆ ของ บริษัท เหล่านั้นจะส่งนักท่องเที่ยวจากทุกที่ในโลกกลับไปโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่เลือกของพวกเขา ราคาวิ่งระหว่าง $ 55 และ $ 115 ต่อคนแผนระยะสั้นและแผนประจำปีที่มีอยู่สำหรับผู้ที่เดินทางอย่างกว้างขวาง

เที่ยวไหนดี

การเดินทางเป็นกิจกรรมที่กระทำควบคู่กับสังคมมนุษย์แต่การเดินทางในแต่ละยุค อาจมีความแตกต่างกันทั้งวัตถุประสงค์และวิธีการเดินทาง มนุษย์สมัยหินเก่า (Paleolithic Age) ประมาณ 2,000,000 – 8,000 ปีก่อน ค.ศ. ต้องเดินทางเพื่อแสวงหาอาหาร เสาะหาที่พักพิง หรือหนีภัยธรรมชาติ มนุษย์สมัยหินใหม่ (Neolithic Age) ประมาณ 8,000 – 4,000 ปีก่อน ค.ศ. มนุษย์ยุคนี้ ถึงแม้ว่ามีการตั้งถิ่นฐาน แต่ก็ยังมีการเดินทางเพื่อแสวงหาอาหาร แสวงหาที่พักอาศัยที่ปลอดภัยและมั่นคงในยุคโลหะ (Copper Age) ประมาณ 4,000 – 2,500 ปีก่อน ค.ศ. มนุษย์รู้จักสร้างบ้านเมืองให้เป็นปึกแผ่น การเดินทางในสมัยนี้ก็เพื่อการสงครามเพื่อขยายอำนาจและแสวงหาผลประโยชน์จาก สงคราม เช่น ข้าทาส บริวาร และทรัพย์สมบัติที่มีค่า มีการเดินทางเพื่อค้าขาย การเดินทางเพื่อแสวงหาความสุขสำราญ

ในปัจจุบัน การเดินทางก็ได้ขยายตัวออกไปกว้างขวางยิ่งขึ้น วัตถุประสงค์ของการเดินทาง มิใช่เพื่อประกอบธุรกิจ ย้ายถิ่นฐาน หรือกิจกรรมเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ แต่การเดินทางได้ครอบคลุมถึงการท่องเที่ยวในลักษณะต่างๆ กัน ความเจริญทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีส่วนทำให้การเดินทาง แตกต่างจากเดิมทั้งวัตถุประสงค์และวิธีการในการเดินทาง การเดินทางในปัจจุบันจึงกระทำควบคู่กับการท่องเที่ยว

การเดินทางในสงครามครูเสด

สภาพของสังคมในยุคกลางเป็นสังคมปิด ระบบที่ใช้เรียก “ศักดินาสวามิภักดิ์” (Feudalism) ซึ่งเป็นรูปแบบความสัมพันธ์เชิงพึ่งพากันในระหว่างท้องถิ่น ระหว่างนาย (lord) กับผู้สวามิภักด์ (vassal) เพื่อความอยู่รอดท่ามกลางความไม่ปลอดภัยรอบด้าน ทางด้านการเมืองการปกครองเกิดภาวะสุญญากาศ ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของคริสต์ศาสนา สถานที่พักที่เคยเปิดบริการให้แก่นักเดินทางที่หลากหลายทั่วทุกพื้นที่ใน ยุโรปต่างหยุดการประกอบธุรกิจเพราะไม่มีลูกค้ามาใช้บริการ เนื่องจากคำสอนของคริสต์ศาสนาในขณะนั้นสอนว่าการแสวงหาความสุขสำราญในโลกนี้ ของมนุษย์เป็นสิ่งที่ไม่สมควรกระทำ มนุษย์สมควรใช้เวลาที่อยู่ในโลกนี้เพื่อคิดและปฏิบัติเพื่อศาสนา ด้วยความศรัทธาอย่างแท้จริง เพื่อจะได้รับผลตอบแทนในอาณาจักรแห่งพระเจ้า ซึ่งเป็นความสุขที่แท้จริงนิรันดรมากกว่า

สงครามครูเสดเกิดจากความคิดของผู้มีอำนาจในรัฐต่างๆ ของยุโรป และคริสตจักรแห่งกรุงโรมที่ต้องการช่วงชิงดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์คือ นครเยรูซาเลมคืนจากการยึดครองของผู้ปกครองที่นับถือศาสนาอิสลามและสถาปนาการ ปกครองโดยผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์แทน ความคิดดังกล่าวได้มาถึงจุดสูงสุดของความรู้สึกร่วมเมื่อสันตะปาปาเออร์บัน ที่ 2 แถลงที่เมืองเคลมองต์ (Clemont) ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ในปีคริสต์ศักราช 1095 เรียกร้องให้บรรดาผู้มีอำนาจและกำลังทหารได้แก่ กษัตริย์ เจ้าชาย ขุนนาง อัศวิน เลิกทำสงครามระหว่างกัน แล้วหันมาผนึกกำลังเพื่อต่อสู้กับศัตรูต่างศาสนาในแดนไกล และให้ถือว่าเป็นผู้จาริกแสวงบุญที่ติดอาวุธ มีสถานะเป็นทหารของพระคริสต์ภายใต้การนำของสันตะปาปา สงครามครูเสดได้เริ่มขึ้นในศตวรรษที่ 11 และสิ้นสุดในศตวรรษที่ 13 จึงมีการเดินทางของนักรบไปยังดินแดนปาเลสไตน์และเมืองต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาคริสต์ นับได้ว่าการเดินทางดังกล่าวมีส่วนส่งเสริมในการเดินทางระหว่างยุโรป และเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ เกิดการแลกเปลี่ยนและผสมผสานทางวัฒนธรรม ระหว่างโลกตะวันตกกับโลกอาหรับ นอกจากนี้ยังทำให้เมืองท่าสำคัญของอิตาลี เช่น เวนิส (Venice) เจนัว (Genoa) และปิซา (Pisa) เป็นศูนย์กลางการค้าในบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และทำให้การค้าในทะเลเมดิเตอร์ เรเนียนมาเจริญรุ่งเรืองอีกครั้งหนึ่

เดินทางไปทำบุญ

กฐิน   เป็นศัพท์ในพระวินัยปิฎกเถรวาท เป็นชื่อเรียกผ้าไตรจีวรที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้อยู่จำพรรษาครบ 3 เดือนแล้ว สามารถรับมานุ่งห่มได้
โดยคำว่ากฐิน หรือการกรานกฐิน จัดเป็นสังฆกรรมประเภทหนึ่งตามพระวินัยบัญญัติเถรวาทที่มีกำหนดเวลา คือพระสงฆ์สามารถกระทำสังฆกรรมนี้ได้นับแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 เท่านั้น โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญคือสร้างความสามัคคีในหมู่คณะสงฆ์ และอนุเคราะห์ภิกษุผู้ทรงคุณที่มีจีวรชำรุด   ดังนั้นกฐินจึงจัดเป็นเรื่องเกี่ยวกับสังฆกรรมของพระสงฆ์โดยจำเพาะ ซึ่งนอกจากในพระวินัยฝ่ายเถรวาทแล้ว กฐินยังมีในฝ่ายมหายานบางนิกายอีกด้วย แต่จะมีข้อกำหนดแตกต่างจากพระวินัยเถรวาท
การเดินทางมาของผ้าไตรจีวรอันจะนำมากรานกฐินตามพระวินัยบัญญัติของเถรวาทนี้ พระพุทธองค์ไม่ทรงห้ามการรับผ้าจากผู้ศรัทธาเพื่อนำมากรานกฐิน  ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้เกิดทานพิธีการถวายผ้ากฐิน หรือการทอดกฐินของพุทธศาสนิกชนขึ้น และด้วยการที่การถวายผ้ากฐินนั้น จัดเป็นสังฆทาน  คือถวายแก่คณะสงฆ์โดยไม่เจาะจงภิกษุ รูปใดรูปหนึ่ง เพื่อให้คณะสงฆ์นำผ้าไปอปโลกน์ ยกให้ แก่ภิกษุรูปใด รูปหนึ่งตามที่คณะสงฆ์ลงมติ (ญัตติทุติยกรรมวาจา) และกาลทาน ที่มีกำหนดเขตเวลาถวายแน่นอน คณะสงฆ์วัดหนึ่ง ๆ สามารถรับได้ครั้งเดียวในรอบปี จึงทำให้ประเพณีการทอดกฐินเป็นบุญประเพณีนิยมที่สำคัญของพุทธศาสนิกชนโดย ทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย

ท่องเที่ยวประเพณีการทอดกฐิน มีทั้งพิธีหลวงและพิธีราษฎร์ โดยการถวายผ้าพระกฐินของพระมหากษัตริย์จัดเป็นพระราชพิธีที่สำคัญประจำปี ในปัจจุบันถวายผ้ากฐินในแง่การสนับสนุนผ้าไตรจีวรเพื่อใช้ใน สังฆกรรมสำคัญ ของคณะสงฆ์ได้ถูกลดความสำคัญลงไป แต่กลับให้ความสำคัญกับบริวารของกฐินทานแทน เช่น เงิน หรือวัตถุสิ่งของ เพื่อนำสิ่งเหล่านี้มาพัฒนาถาวรวัตถุและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ซึ่งจัดเป็นสังฆทานอย่างหนึ่งเช่นเดียวกัน

กฐินมีกำหนดระยะเวลาถวาย จะถวายตลอดไปเหมือนผ้าชนิดอื่นมิได้ ระยะเวลานั้นมีเพียง 1 เดือน คือตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 (วันเพ็ญเดือน 12) ระยะเวลานี้เรียกว่า กฐินกาล คือระยะเวลา ทอดกฐิน หรือ เทศกาลทอดกฐิน    ชาวพุทธในประเทศไทยให้ความสำคัญกับงานทอดกฐินที่จัดในวัดต่าง ๆ มาก โดยถือว่าเป็นงานบุญสำคัญที่สุดงานหนึ่งในรอบปี บางวัดที่มีผู้ศรัทธามาก อาจมีผู้จองเป็นเจ้าภาพทอดกฐินล่วงหน้ายาวเป็นสิบ ๆ ปี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความศรัทธาของชาวพุทธในประเทศไทยที่ได้ร่วมใจกันสืบทอด ประเพณีนี้มาจนปัจจุบัน

ประวัติความเป็นมาของกฐิน
เริ่มต้นจากการได้มีภิกษุชาวเมืองปาไฐยรัฐ 30 รูป ได้เดินทางเพื่อมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี แต่ยังไม่ทันถึงเมืองสาวัตถี ก็ถึงวันเข้าพรรษาเสียก่อน พระสงฆ์ทั้ง 30 รูป จึงต้องจำพรรษา ณ เมืองสาเกตุในระหว่างทาง พอออกพรรษาแล้ว ภิกษุเหล่านั้นจึงได้ออกเดินทางมาเข้าเฝ้าพระศาสดาด้วยความยากลำบากเพราะฝนยัง ตกชุกอยู่ เมื่อเดินทางถึงวัดพระเชตวัน พระพุทธเจ้าได้ตรัสถามถึงความเป็นอยู่และการเดินทาง เมื่อทราบความลำบากนั้นจึงทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้จำพรรษาครบถ้วนไตรมาสสามารถ รับผ้ากฐินได้ และภิกษุผู้ได้กรานกฐินได้อานิสงส์ 5 ประการ ภายในเวลาอานิสงส์กฐิน (นับจากวันที่รับกฐินจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 4) คือ
1.    ไปไหนไม่ต้องบอกลา
2.    ไม่ต้องถือไตรจีวรไปครบสำรับสามผืน
3.    ฉันคณะโภชน์ได้ (ล้อมวงกันฉันภัตตาหารได้)
4.    เก็บอดิเรกจีวรไว้ได้โดยที่ยังมิได้วิกัปป์ และอธิษฐาน โดยไม่ต้องอาบัติ
5.    จีวรลาภอันเกิดขึ้น จักได้แก่ภิกษุผู้ได้กรานกฐินแล้ว

ความพิเศษของกฐินที่แตกต่างจากทานอย่างอื่น
1. จำกัดประเภททาน คือ ต้องถวายเป็นสังฆทานเท่านั้น จะถวายเฉพาะเจาะจงภิกษุรูปใดรูปหนึ่งเหมือนทานอย่างอื่นไม่ได้
2. จำกัดเวลา คือ ต้องถวายภายในระยะเวลา 1 เดือน นับแต่วันออกพรรษาเป็นต้นไป
3. จำกัดงาน คือ พระภิกษุที่กรานกฐินต้องตัด เย็บ ย้อม และครองให้เสร็จภายในวันที่กรานกฐิน
4. จำกัดไทยธรรม คือ ผ้าที่ถวายต้องถูกต้องตามลักษณะที่สงฆ์กำหนดไว้
5. จำกัดผู้รับ คือ พระภิกษุผู้รับกฐิน ต้องเป็นผู้ที่จำพรรษาในวัดนั้นโดยไม่ขาดพรรษา และจำนวนไม่น้อยกว่า 5 รูป
6. จำกัดคราว คือ วัด ๆ หนึ่งรับกฐินได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น
7. เป็นพระบรมพุทธานุญาต ทานอย่างอื่นทายกทูลขอให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอนุญาต เช่น มหาอุบาสิกาวิสาขาทูลขออนุญาตผ้าอาบน้ำฝน แต่ผ้ากฐินนี้พระองค์ทรงอนุญาตเอง นับเป็นพระประสงค์โดยตรง

ชนิด ของกฐินในประเทศไทย
ตามพระวินัยแล้ว ไม่ได้จำแนกการทอดกฐิน (การถวายผ้ากฐินแก่พระสงฆ์) ออกเป็นชนิด ๆ ไว้แต่อย่างใด คงกล่าวแต่เพียงในส่วนการทำหรือรับผ้ามากรานกฐินของพระสงฆ์เท่านั้น แต่หากพิจารณาจากประเพณีที่นิยมปฏิบัติในปัจจุบัน คงพอจำแนกชนิดของการทอดกฐินได้คือ
จุลกฐิน คือ คำเรียกการทอดกฐินที่ต้องทำด้วยความรีบด่วน โดยต้องอาศัยความสามัคคีของผู้ศรัทธาจำนวนมาก เพื่อผลิตผ้าไตรจีวรให้สำเร็จด้วยมือภายในวันเดียว กล่าวคือ ต้องเริ่มตั้งแต่เก็บฝ้าย ตัดเย็บ ย้อม และถวายให้พระสงฆ์กรานกฐินให้เสร็จภายในเวลาเช้าวันหนึ่งจนถึงย่ำรุ่งของอีก วันหนึ่ง ดังนั้นโบราณจึงนับถือกันว่าการทำจุลกฐินมีอานิสงส์มาก เพราะต้องใช้ความอุตสาหพยายามมากกว่ากฐินแบบธรรมดา (มหากฐิน) ภายในระยะเวลาอันจำกัด โดยจุลกฐินนี้ปัจจุบันมักจัดเป็นงานใหญ่ มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก     ประเพณีการทอดจุลกฐินนี้เป็นประเพณีที่พบเฉพาะในประเทศไทยและลาว ปัจจุบันประเพณีการทำจุลกฐินนิยมทำกันเฉพาะชุมชนทางภาคเหนือและอีสานเท่า นั้น โดยอีสานจะเรียกกฐินชนิดนี้ว่า “กฐินแล่น” (จุลกฐินไม่ใช่ศัพท์ที่ปรากฏในพระวินัยปิฎก)
สาเหตุประการหนึ่งที่มีการทำจุลกฐิน เนื่องมาจากกำหนดการกรานกฐินนั้นมีระยะเวลาจำกัด และพระสงฆ์ไม่สามารถขวนขวายดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งผ้ากฐินเองได้ เพราะจะทำให้กฐินเดาะ (สังฆกรรมเสีย) จึงอาจมีบางวัดที่ใกล้กำหนดหมดฤดูกฐินแต่ยังไม่มีผู้นำผ้ากฐินมาถวาย  ทำให้ในสมัยก่อนเมื่อใกล้เดือน ๑๒ (หมดฤดูกฐิน) มักจะมีผู้ศรัทธาตระเวนไปตามวัดต่าง ๆ เมื่อเจอวัดที่ยังไม่ได้รับถวายผ้ากฐิน จึงต้องเร่งรีบขวนขวายจัดการทำผ้ากฐินให้เสร็จทันฤดูกฐินหมด ซึ่งบางครั้งอาจเหลือเวลาแค่วันเดียว จึงต้องอาศัยความร่วมมือของคนทั้งชุมชน ในการร่วมกันจัดทำผ้าไตรจีวรให้สำเร็จก่อนหมดฤดูกฐิน (เพราะสมัยก่อนไม่มีผ้าไตรจีวรสำเร็จรูปสำหรับขาย) การร่วมมือกันจัดทำจุลกฐินดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นเครื่องมือสร้างความ สามัคคีของคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี  บางครั้งหากผู้ที่อยากจะทำบุญ ทราบว่าเหลือวัดที่ตกค้างยังไม่ได้รับกฐิน จริงๆ  จะเกิด กฐินโจรขึ้นซึ่งจะคล้ายกับจุลกฐินแต่พิธีการไม่ยุ่งยากเท่า?คือ จู่ๆก็ไป?สันนิษฐานว่ามักทำกันแบบไม่ให้รู้เนื้อรู้ตัว?ที่เรียกว่ากฐินโจร ไม่บอกกล่าวให้ทางวัดรู้ล่วงหน้า
มหากฐิน เป็นศัพท์ที่เรียกเพื่อหมายความถึงการทอดกฐินที่มีบริวารกฐินมาก ไม่ต้องทำโดยเร่งรีบเหมือนจุลกฐิน มหากฐินคือกฐินที่ทอดถวายตามวัดต่าง ๆ ในประเทศไทยในปัจจุบัน ที่จะมีการรวบรวมจตุปัจจัยไทยธรรมและสิ่งของต่าง ๆ เพื่อนำไปเป็นเครื่องประกอบในงานกฐินถวายแก่พระสงฆ์ เพื่อนำไปทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาต่อไป (มหากฐินไม่ใช่ศัพท์ที่ปรากฏในพระวินัยปิฎก) โดยมหากฐินนั้นอาจเป็นกฐินที่มีเจ้าภาพเพียงคนเดียวหรือกฐินสามัคคีก็ได้
กฐินหลวง เป็นผ้าพระกฐินพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานด้วยพระองค์เอง หรือทรงโปรดเกล้าให้พระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่เสด็จไปพระราชทานแทน กฐินหลวงนี้จัดเครื่องพระราชทานด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และบางครั้งมีการจัดพิธีแห่เครื่องกฐินพระราชทานอย่างใหญ่ โดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค หรือกระบวนพยุหยาตราสถลมารถ แล้วแต่พระราชประสงค์ (ในปัจจุบันคงการเสด็จพระราชดำเนินทรงถวายผ้าพระกฐินอย่างพิธีใหญ่นั้น คงเหลือเพียงโดยกระบวนพยุหยาตราชลมารคเท่านั้น)

กฐินหลวงในปัจจุบันมีเพียง 16 วัดเท่านั้น เช่น วัดพระเชตุพนวิมล มังคลาราม วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดบวรนิเวศวิหาร วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร เป็นต้น
กฐินต้น เป็นผ้าพระกฐินพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานยังวัดราษฎร์เป็นการส่วนพระองค์

กฐินพระราชทาน เป็นผ้าพระกฐินพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน และเครื่องกฐินแก่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพาร ส่วนราชการ หน่วยงาน สมาคม หรือเอกชน ให้ไปทอดยังพระอารามหลวงต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักร (ในปัจจุบันกรมการศาสนารับผิดชอบจัดผ้าพระกฐินและเครื่องกฐินถวาย)

กฐินราษฎร์ คือกฐินที่ราษฏรหรือประชาชนทั่วไปที่มีจิตศรัทธาจัดถวายผ้ากฐิน และเครื่องกฐินไปถวายยังวัดราษฎร์ต่าง ๆ โดยอาจแบ่งออกเป็นจุลกฐิน และมหากฐิน (กฐินสามัคคี) ในปัจจุบันกฐินราษฎร์ หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า กฐิน สามัคคี ผู้เป็นประธานหรือเจ้าภาพในการทอดกฐินจะให้ความสำคัญกับการรวบรวม (เรี่ยไร) เงินและสิ่งของเพื่อเข้าประกอบเป็นบริวารกฐินมากกว่า เพราะวัดสามารถนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาได้ และเนื่องจากการถวายผ้ากฐินเป็นกาลทาน จึงทำให้ประเพณีการทอดกฐินเป็นงานสำคัญประจำปีของวัดต่าง ๆ โดยทั่วไปในประเทศไทย

แนะนำที่เที่ยว

แม่น้ำบ้านเขาแก้ว เป็นเรือนไม้ทรงไทยที่มีอายุประมาณ 80-100 ปี เจ้าของบ้านคืออาจารย์ทรงชัย วรรณกุล ได้จัดแสดงเป็น “ศูนย์ศึกษาวัฒนธรรมไทยวน” โดยรวบรวมภาชนะ อาวุธ เครื่องมือทำมาหากิน และผ้าทอลายโบราณที่มีอายุกว่าร้อยปี ได้แก่ ผ้ามุกยกดอก ผ้าลายขิด ผ้าจก บรรรยากาศภายในร่มรื่นเย็นสบาย

วัดสมุหประดิษฐาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลสวนดอกไม้ ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 2 กิโลเมตร พระอุโบสถสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2440 ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องคาวีสวยงามมาก พระประธานในพระอุโบสถอัญเชิญมาจากเมืองเก่าสุโขทัย เป็นพระพุทธรูปสำริดปิดทองปางมารวิชัย และประดิษฐานพระโมคคัลลา พระสารีบุตร อัครสาวกซ้ายขวา และในเดือนกันยายน ของทุกปีจะมีการแข่งขันเรือยาวประเพณีที่วัดแห่งนี้

วัดจันทบุรี ตั้งอยู่ที่บ้านเมืองเก่า หมู่ 6 ตำบลเมืองเก่า เลยจากที่ว่าการอำเภอไปประมาณ 1 กิโลเมตร วัดอยู่ทางขวามือ มีป้ายชี้ทางเข้าวัดอย่างชัดเจน สิ่งที่น่าชมคือพระอุโบสถ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2431 สมัยรัชกาลที่ 3 มีลักษณะก่ออิฐถือปูน หลังคาจั่ว ช่อฟ้า ใบระกา หน้าบันประดับลายปูนปั้นและเครื่องถ้วย ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยเดียวกับพระอุโบสถซึ่งยังสมบูรณ์อยู่และงดงาม มาก เป็นรูปเทพชุมนุม และพุทธประวัติ อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น เดิมชื่อ อุทยานแห่งชาติพระพุทธฉาย มีพื้นที่ครอบคลุม 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง แก่งคอย หนองแค และวิหารแดง มีเนื้อที่ประมาณ 44 ตารางกิโลเมตร หรือ 27,856 ไร่ อุทยานฯ ประกอบด้วยภูเขาน้อยใหญ่ มีที่ราบในหุบเขา ยอดที่สูงที่สุดคือ เขาครก สูงประมาณ 329 เมตร เป็นจุดชมวิวที่อยู่สูงที่สุดสามารถมองเห็นภูมิทัศน์ที่สวยงามรอบ ๆ ตัวเมืองสระบุรี และอำเภอใกล้เคียงได้อย่างชัดเจน สัตว์ป่าที่พบมีอยู่หลายชนิด เช่น ไก่ฟ้า ไก่ป่า เก้ง ลิง หมูป่า และนกชนิดต่าง ๆ เช่น เขียวคราม กระรางหัวหงอก โพระดก บั้งรอกใหญ่ รวมทั้งผีเสื้อนานาชนิด ภายในบริเวณอุทยานฯ มีน้ำตกหลายแห่ง ได้แก่ น้ำตกสามหลั่น  น้ำตกโพธิ์หินดาษ น้ำตกโตนรากไทร เป็นต้น
สถานที่น่าสนใจอื่น ๆ ภายในอุทยานฯได้แก่
-  อ่างเก็บน้ำเขารวก  เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กมีที่สำหรับนั่งชมทิวทัศน์ และกิจกรรมต่าง ๆ เช่น พายเรือคยัค ปั่นเรือถีบ เล่นน้ำ เป็นต้น
-  อุโมงค์รถไฟพระพุทธฉาย ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทยโดยฝีมือคนไทย อยู่บริเวณเขาช่องลิง รอยต่อระหว่างตำบลเจริญธรรม อำเภอวิหารแดง และตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมืองจังหวัดสระบุรี
- อนุสรณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ของกองทัพญี่ปุ่น (เขาแดง) ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ยังมีร่องรอยของหลุมระเบิดที่ทหารญี่ปุ่นทิ้งไว้ สิ่งปลูกสร้างที่ทหารญี่ปุ่นสร้างไว้ ได้แก่ อุโมงค์บัญชาการ สนามเพลาะตลอดแนวเขา ห้องผู้บัญชาการ ห้องเก็บสมบัติ แนวบังเกอร์
- ซากเจดีย์โบราณบนยอดเขาเรดาร์ คาดว่าเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ถูกฟ้าผ่าเสียหาย ปัจจุบันก็ยังพอมีร่องรอยให้เห็นอยู่ ความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกอย่างหนึ่งคือ ทหารญี่ปุ่นได้ใช้เขาเรดาร์นี้เป็นที่ตั้งปืนใหญ่ด้วย

วัดพระพุทธฉาย ตั้งอยู่เชิงเขาปถวี (ปฐวี) ตำบลหนองปลาไหล เข้าทางเดียวกับอุทยานแห่งชาติพระพุทธฉาย เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธฉาย หรือรอยพระพุทธรูปอยู่บนแผ่นหินซึ่งตั้งอยู่บนชะง่อนผา มีภาพเขียนลายเส้นยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่บริเวณเชิงผา และรอยพระพุทธบาทเบื้องขวา

พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ ประดิษฐานอยู่ที่ศาลาจัตุรมุข วัดศาลาแดง ถนนพิชัยรณรงค์สงคราม ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด เป็นพระพุทธรูปประจำทิศตะวันออก หนึ่งในพระพุทธรูป 4 องค์ ที่กรมการรักษาดินแดนสร้างขึ้นเพื่อถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

สวนพฤกษศาสตร์ภาคกลาง (พุแค)  เป็นสวนพฤกษศาสตร์แห่งแรกของประเทศไทย  ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าพระพุทธบาทพุแค มีพื้นที่ทั้งหมด 4,697 ไร่ ครอบคลุมสองฟากฝั่งถนน หากไปจากสระบุรี ทางซ้ายมือ จะเป็นส่วนของอาคารสำนักงาน และห้องสมุดพรรณไม้ ทางขวามือมีบริเวณกว้างขวาง บรรยากาศร่มรื่น และมีลำธารไหลผ่าน เป็นสวนหย่อมรวบรวมพันธุ์พืชไม้ต่าง ๆ ส่วนมากจะเป็นไม้พื้นบ้าน ประกอบด้วยพรรณไม้ต่าง ๆ กว่า 35 วงศ์

ถ้ำศรีวิไล ตั้งอยู่บริเวณวัดถ้ำศรีวิไล ตำบลหน้าพระลาน ห่างจากตัวเมือง ประมาณ 22 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีพระพุทธเนาวรัตน์ ศิลปะสมัยเชียงแสน มีหินงอก หินย้อย นอกจากนั้นยังสามารถเที่ยวชมวิวทิวทัศน์ของธรรมชาติ มองเห็นภูเขาสลับซับซ้อนสวยงาม

เสาร้องไห้ ตั้งอยู่ในศาลนางตะเคียนทอง ณ วัดสูง ตำบลเสาไห้ ห่างจากที่ว่าการอำเภอเสาไห้ประมาณ 500 เมตร ริมทางหลวงหมายเลข 3041 เป็นเสาไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ โดยถือกันว่าเป็นเจ้าแม่ เพราะสิ่งของที่นำไปบูชาล้วนเป็นของสตรีทั้งสิ้น จึงได้ให้ชื่อตำบลนี้ว่า ตำบลเสาร้องไห้ และได้กลายเป็น “อำเภอเสาไห้” ในปัจจุบันและในวันที่ 23 เมษายนจะมีประเพณีสรงน้ำนางตะเคียน ทุกปี ณ บริเวณหน้าอุโบสถวัดสูง

พระพุทธรูปทองคำ ประดิษฐานอยู่ที่วัดพระเยาว์ เป็นพระพุทธรูปปางขัดสมาธิ หน้าตักกว้าง 110 เซนติเมตร สูง 170 เซนติเมตร สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เมื่อเสียกรุงครั้งที่ 2 ชาวบ้านที่อพยพหนีพม่าได้อัญเชิญมาด้วยและลงรักพอกปูนปิดองค์พระไว้ ประดิษฐานไว้ที่วัดร้างแห่งหนึ่งในอำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ ชาวบ้านได้อัญเชิญมาเป็นพระประธานที่วัดอุทิศสโมสร ก่อนจะอัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดพะเยาว์ ต่อมาพระธรรมรัตนากร สังเกตเห็นรอยรักแทรกอยู่ระหว่างปูนที่ฉาบจึงให้ชาวบ้านช่วยกันกะเทาะปูนออกพบว่าเป็นทองทั้งองค์ ทางกรมศิลปากรตรวจสอบปรากฏว่าเป็นโลหะที่มีทองคำผสมอยู่ถึง 70 % ชาวบ้านจึงเรียกว่า “หลวงพ่อทองคำ”

วัดเขาแก้ววรวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลต้นตาล ทางฝั่งขวาของแม่น้ำป่าสัก ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 6 กิโลเมตร ในสมัยที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จประพาสหัวเมือง เมื่อถึงอำเภอเสาไห้ ได้โปรดเกล้าฯ บูรณะปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้ และสถาปนาเป็นพระอารามหลวง มีคำเล่าลือกันว่าวันดีคืนดีจะเห็นดวงแก้วสุกสว่างเหนือวิหารวัดเขาแก้ว ถือว่าเป็นการแสดงปาฏิหาริย์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุในองค์พระเจดีย์ ในเจดีย์ปรางค์ห้ายอดองค์เล็กซึ่งตั้งอยู่ระหว่างหอระฆังและเจดีย์องค์ใหญ่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่อง พระพุทธรูปปางป่าเลไลก์ และพระพุทธบาทซึ่งล้วนมีลักษณะงดงาม

ถนนพระเจ้าทรงธรรม หรือ ถนนฝรั่งส่องกล้อง เป็นถนนที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าทรงธรรมเมื่อครั้งเสด็จตรวจรอยพระพุทธบาท ทางเรือพระที่นั่งตามลำน้ำป่าสัก พอเสด็จมาถึงบริเวณท่าเรือ จึงได้เสด็จทรงช้างพระที่นั่ง โดยมี พรานบุญเป็นผู้นำทางและเมื่อเสด็จกลับ ได้ให้ฝรั่งส่องกล้อง แล้วให้ตัดทางกว้าง 10 วา ตรงตลอดถึงท่าเรือ เพื่อใช้เป็นถนนหลวง ในปัจจุบันถนนเส้นนี้เหลือร่องรอยให้เห็นอยู่ประมาณ 9 กิโลเมตร โดยเริ่มจากบริเวณเยื้องวัดสร่างโศก ช่วงกิโลเมตรแรกเป็นถนนดินที่ไม่ได้ใช้เป็นถนนอีกต่อไป ต่อจากนี้เป็นถนนลูกรังผ่านหลังวัดปัญจาภิรมย์ วัดหนองคณฑี ไปตัดกับถนนพระพุทธบาท-บ้านหมอ บริเวณหน้าวัดกัลยาพรรพต ผ่านหน้าศาลเจ้าพ่อเขาตก และพระตำหนักสระยอหายไปเป็นถนนลูกรังและคอนกรีต ความกว้างของถนนเหลือ 6-8 เมตร

สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาโปร่งปราบ ตำบลขุนโขลน ห่างจากตัวเมืองสระบุรีไปตามเส้นทางถนนพหลโยธิน ประมาณ 25 กิโลเมตร หากไปจากตัวเมืองสระบุรี วัดจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ทางเข้าอยู่ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 132-133 เป็นสถานที่รักษาคนไข้ติดยาเสพติดที่มีชื่อเสียง สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอกนี้ แม่ชีเมี้ยน ปานจันทร์ เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2500 ต่อมาเมื่อแม่ชีเมี้ยนเสียชีวิตลง หลวงพ่อจำรูญ ปานจันทร์ ซึ่งเป็นหลานได้เป็นผู้ปฏิบัติภารกิจสืบต่อมา และได้รับรางวัล “แมกไซไซ” เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2518

วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลขุนโขลน ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 28 กิโลเมตร มีทางเลี้ยวซ้ายก่อนถึงอำเภอพระพุทธบาทเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ปูชนียสถานที่สำคัญคือ “รอยพระพุทธบาท” ที่ประทับไว้บนแผ่นหินเหนือไหล่เขาสุวรรณบรรพต หรือเขาสัจจพันธคีรี ทางขึ้นพระมณฑปเป็นบันไดนาคสามสาย ซึ่งหมายถึง บันไดเงิน บันไดทอง และบันไดแก้ว ที่ทอดลงจากสวรรค์ หัวนาคที่เชิงบันไดหล่อด้วยทองสำริด เป็นนาค 5 เศียร บริเวณรอบมณฑปมีระฆังแขวนเรียงราย เพื่อให้ผู้ที่มานมัสการได้ตีเป็นการแผ่ส่วนกุศลแก่เพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย ส่วนพระอุโบสถ และพระวิหารต่าง ๆ ที่อยู่รายรอบ ล้วนสร้างตามแบบศิลปกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยา และตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระพุทธบาท (วิหารหลวง) อยู่ภายในวัดพระพุทธบาทฯ เป็นที่เก็บรวบรวมศิลปวัตถุอันมีค่า อาทิ เครื่องทรงสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เครื่องลายครามสังคโลก เครื่องทองสำริดโบราณ ศาสตราวุธโบราณ รอยพระพุทธบาทจำลอง ยอดมณฑปพระพุทธบาทเก่า พัดยศของพระสมัยต่าง ๆ และท่อประปาสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช วิหารหลวงจะเปิดให้ชมเฉพาะช่วงที่มีงานเทศกาลนมัสการพระพุทธบาท ซึ่งปกติจัดให้มีปีละ 2 ครั้ง คือขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 จนถึงแรม 1 ค่ำ และขึ้น 8 ค่ำ เดือน 4 จนถึงแรม 1 ค่ำ อัตราค่าเข้าชม คนไทย ไม่เสียค่าเข้าชม ชาวต่างประเทศ คนละ 30 บาท

บ่อพรานล้างเนื้อ ตั้งอยู่บริเวณใกล้กับวัดพระพุทธบาท มีลักษณะเป็นบ่อหินขนาดย่อมต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงการก่อสร้างปากบ่อขึ้น และที่บริเวณปากบ่อมีรอยเข่าคน ใกล้กับบริเวณบ่อมีหินลาดและมีหลุมลึกลงไป มีขนาดเท่ากระป๋องนม น้ำที่ไหลจากหลุมนี้ถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ มีประวัติเล่ากันว่าพรานบุญผู้พบรอยพระบาทเป็นผู้ที่นำเนื้อมาล้างที่บ่อ โดยคุกเข่าและก้มลงล้างเนื้อในบ่อ ส่วนหลุมขนาดกระป๋องนมคือ รอยปักหอกของพรานบุญ มีน้ำไหลออกมาไม่ขาด

พระตำหนักธารเกษม  ตั้งอยู่ริมธารทองแดงซึ่งเป็นลำธารไหลผ่านพระพุทธบาท เป็นที่ซึ่งมีแมกไม้ร่มรื่น เป็นที่สำราญพระราชหฤทัย พระตำหนักสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2176 ในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เพื่อใช้เป็นที่ประทับเวลาเสด็จมานมัสการพระพุทธบาท ปัจจุบันเหลือเพียงแต่ฐาน ธารทองแดงเกิดจากเขาธารทองแดงในเขตอำเภอพระพุทธบาท แล้วไหลไปทางอำเภอหนองโดน

ตำหนักสระยอ เป็นพระตำหนักที่สมเด็จพระเจ้าปราสาททองทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นที่ประทับเมื่อครั้งเสด็จนมัสการพระพุทธบาท ณ ริมธารน้ำใต้ธารทองแดง ปัจจุบันเหลือเพียงรอยฐานตำหนัก

พระตำหนักท้ายพิกุล พระราชวังโบราณ ปัจจุบันไม่มีซากตำหนักปรากฏอยู่คงมีแต่เกยช้าง (หมายถึง ที่เสด็จขึ้น-ลงพาหนะสำหรับเจ้านาย) และซากกำแพงเป็นเขตโดยรอบ

ถ้ำเทพนิมิตธารทองแดง อยู่ที่วัดพุคำบรรพต ตำบลพุคำจาน เป็นแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ได้พบโบราณวัตถุของมนุษย์สมัยหินใหม่ตอนปลาย มีลักษณะคล้าย และเหมือนกับที่ขุดพบที่บ้านท่าแค บ้านดีลัง และซับจำปา ที่ลพบุรี สันนิษฐานว่ามนุษย์สมัยนั้นในบริเวณดังกล่าวอาจมีความสัมพันธ์กัน ปัจจุบันไม่มีโบราณวัตถุอยู่ในถ้ำแล้ว

ถ้ำนารายณ์ หรือ ถ้ำเขาวง อยู่ที่บ้านเขาวง เป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อย มีอักษรมอญโบราณจารึกไว้ที่ปากถ้ำ

ถ้ำพระธาตุเจริญธรรม หรือ ถ้ำบ่อปลา อยู่ห่างจากอำเภอแก่งคอย ผ่านตลาดแล้วข้ามสะพานอดิเรกสารซึ่งทอดข้ามแม่น้ำป่าสักไปอีกประมาณ 8 กิโลเมตร ลักษณะถ้ำ จากปากทางเข้าจะปูด้วยหินอ่อนเป็นทางเดินชมทั่วบริเวณถ้ำโดยตลอด ภายในถ้ำแบ่งออกเป็นห้องขนาดใหญ่ 3 ห้อง นอกจากนั้นทางด้านหลังยังมีถ้ำขนาดใหญ่อีก 2 ถ้ำ ภายในถ้ำเป็นที่ประดิษฐานของ หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง ปางมารวิชัยสมัยอยุธยา

ผาเสด็จ ตั้งอยู่ริมทางรถไฟ ตำบลทับกวาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 30 กิโลเมตร เป็นหน้าผาที่รัชกาลที่ 5 และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จมาประทับเมื่อคราวสร้างทางรถไฟสายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา เมื่อ พ.ศ. 2438 ทั้งสองพระองค์ได้ทรงจารึกพระปรมาภิไธย จปร. และ สผ. ไว้ ณ หน้าผาแห่งนี้

ถ้ำพระโพธิสัตว์ ตั้งอยู่ในบริเวณวัดถ้ำพระโพธิสัตว์ ตำบลทับกวาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 32 กิโลเมตร ที่ผนังมีภาพจำหลักนูนต่ำเป็นรูปพระพุทธเจ้ากำลังแสดงธรรม และภาพเทพเจ้าในศาสนาฮินดู และภายในผนังถ้ำยังมีเจดีย์ทรงลังกา ศิลปะสมัยทวารวดี มีหินงอก หินย้อย บริเวณภายนอกถ้ำมีต้นไม้นานาพรรณ นอกจากนั้นยังพบรอยจารึกพระปรมาภิไธยย่อ จปร. เมื่อทรงเสด็จทอดพระเนตรน้ำตก ถ้ำธรรมทัศน์ ถ้ำลุมพินี สวนหิน และถ้ำสงัดเจดีย์

เขาพระพุทธบาทน้อย ตั้งอยู่ในบริเวณวัดพระพุทธบาทน้อย ที่ตำบลสองคอน มีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนสูงชัน สลับซับซ้อนเรียงรายด้วยยอดเขาแหลม และที่ยอดเขาแหลมนี้จะพบเห็นนกจู๋เต้นเขาปูน ในวงศ์นกกินแมลงจะพบมากที่จังหวัดสระบุรี ในอดีตเคยมีผู้พบ เลียงผา หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ม้าพระอินทร์ อาศัยอยู่ในถ้ำสามเขา ที่มีเนื้อที่เกือบ 1 ไร่ ภายในมีรอยพระพุทธบาทจำลอง

พระบวรราชวังสีทา ตั้งอยู่ที่ตำบลสองคอน ประวัติพระบวรราชวังแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างที่ริมแม่น้ำป่าสักฝั่งตะวันตก ณ ตำบลบ้านสีทา ในแขวงจังหวัดสระบุรี สร้างคราวเดียวกับเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงสร้างพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ที่เมืองลพบุรี

แหล่งโบราณคดีบ้านดงน้ำบ่อ ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 334 เข้าทางสถานีเขาสูง ( 6 กิโลเมตรจากหุบเขาทานตะวัน ตำบลหินซ้อน ) ผ่านห้วยซับม่วงเลี้ยวขวาไปชมแหล่งฝังศพที่อยู่อาศัยของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย พบโครงกระดูกที่มีการฝังทับซ้อนวางเรียงกันในแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก เป็นสุสานที่มีพิธีกรรมในการฝังศพและเป็นแหล่งโบราณคดีวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำป่าสัก ขุดพบเครื่องมือ หินเหล็ก เครื่องประดับ กำไล ลูกปัด มีอายุประมาณ 2,000 ปี มาแล้ว

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า มีพื้นที่ 13,750 ไร่ ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะปราง มีความอุดมสมบูรณ์และหลากหลายทางชีวภาพทั้งพันธุ์พืชและสัตว์ป่านานาชนิด มีพื้นที่ติดต่อกับด้านตะวันตกของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ประกอบด้วยป่าหลายชนิดได้แก่ ป่าดิบแล้ง ป่าดงดิบชื้น ป่าเบญจพรรณ และทุ่งหญ้า ก่อให้เกิดความหลากหลายของพันธุ์พืช เป็นต้นกำเนิดของน้ำตกต่าง ๆ ในพื้นที่ พันธุ์ไม้ที่พบมีจำพวกพืชสมุนไพร เช่น พญามีฤทธิ์ ม้ากระทืบโรง กราวเครือ ว่าน รวมทั้งเห็ดชนิดต่าง ๆ เช่น เห็ดแชมเปญ เห็ดปากหมูฯ สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณ ได้แก่ ช้างป่า กระทิง หมี กวาง เก้ง นางอาย อีเห็น กระจง หมูป่า และ นกอีกประมาณ 158 ชนิด เช่น โพระดก หัวขวาน กระแตแต้แวด ปรอด ขุนแผน ฯลฯ บินข้ามไปมาระหว่างศูนย์ฯ กับเขาใหญ่

องค์การศาสนาเซไคคิวเซเคียวประจำประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ 430 ไร่ มีโครงการจัดทำสวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนมิโรคุ โดยมีวิสัยทัศน์ที่จะให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการ การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ ศาสนา และศิลปะความงามด้านพืชศาสตร์ ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่ง มีสระน้ำ ประติมากรรมหินอ่อน รูปทรงต่าง ๆ และสวนญี่ปุ่น มีภูมิทัศน์ที่สวยงามและอีกด้านหนึ่งของโครงการจะมีแปลงสาธิตเกษตรธรรมชาติ โดยใช้ EM เทคโนโลยี คือการใช้จุลินทรีย์ให้เกิดประโยชน์เพื่อลดมลภาวะในสิ่งแวดล้อม

น้ำตกเหวน้อย อยู่ที่บ้านมวกเหล็กใน เป็นต้นน้ำของน้ำตกมวกเหล็ก และน้ำตกเจ็ดสาวน้อย เมื่อเดินต่อไปจะพบ น้ำตกเหวราง และน้ำตกโป่งตาลอง ซึ่งเป็นน้ำตกสูงอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ช่วงที่เหมาะในการท่องเที่ยว คือช่วงเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน

สวนรุกขชาติมวกเหล็ก และน้ำตกมวกเหล็ก อยู่ห่างจากสระบุรีประมาณ 37 กิโลเมตร ไปตามถนนมิตรภาพ ทางเข้าซ้ายมือตรงข้ามกับร้านขายผลิตภัณฑ์ขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) สวนรุกขชาตินี้มีเนื้อที่ 375 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ระหว่างอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี กับอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีลำธารซึ่งมาจากต้นน้ำในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ไหลผ่านลงสู่แม่น้ำป่าสัก ซึ่งเป็นเส้นกั้นเขตระหว่างสองจังหวัดดังกล่าว ในลำธารมีแก่งหินลดหลั่น เป็นน้ำตกชั้นเล็ก ๆ บริเวณสองฟากของลำธารมีสะพานแขวน และพันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับต่าง ๆ

อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย อยู่ในเขตตำบลมวกเหล็กทางเข้าทางเดียวกับน้ำตกมวกเหล็ก เป็นทางลาดยางต่อไปอีก 9 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ไหลลดหลั่นมาตามแนวลำธาร มีประมาณ 7 ชั้น แต่ละชั้นมีความสูงราว 4 เมตร แอ่งน้ำมีบริเวณที่เล่นน้ำกว้าง และร่มรื่น

น้ำตกซับเหว ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2273 ตรงสู่แยกไปโป่งเก้งเขต อำเภอมวกเหล็ก แล้วเลี้ยวขวาไปประมาณ 5 กิโลเมตร น้ำตกซับเหวมีความสูงกว่า 30 เมตร จากจุดเริ่มต้นเข้าไปสู่น้ำตกด้วยระยะทางประมาณ 800 เมตร เป็นลักษณะผาดินสูงประมาณ 30 เมตร ล้อมรอบด้วยหุบเขา มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ให้ลงเล่นน้ำได้ ด้านขวาของน้ำตกมีทางเดินขึ้นไปชมโพลงถ้ำขนาดเล็กซึ่งมีหินงอก หินย้อยภายในถ้ำ การเดินทางเข้าไปที่น้ำตกค่อนข้างลำบาก

ถ้ำดาวเขาแก้ว ตั้งอยู่ที่ตำบลพญากลาง ห่างจากอำเภอมวกเหล็กประมาณ 38 กิโลเมตร หรือจากตัวอำเภอเมืองไปประมาณ 75 กิโลเมตร ไปทางเดียวกับน้ำตกเจ็ดสาวน้อยอยู่เลยไปอีกประมาณ 30 กิโลเมตร ผู้ที่จะชมถ้ำต้องปีนบันไดจากเชิงเขาไปถึงปากถ้ำประมาณ 100 เมตร ลักษณะแปลกของถ้ำนี้ คือ มีจุดสีแดง สีดำ และสีน้ำตาลอยู่ที่เพดานถ้ำ มีหินงอก หินย้อย และมีฝูงค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

ไร่องุ่นในอำเภอมวกเหล็ก อำเภอมวกเหล็กมีไร่องุ่นที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ตลอดทั้งปี คือ ชิมองุ่นสด ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากองุ่น เช่น ไวน์ องุ่นไร้เมล็ด น้ำองุ่น องุ่นหยี แยมองุ่น เป็นต้น หรือ จะร่วมกิจกรรมเก็บองุ่นก็ได้ ไร่องุ่นที่เปิดสำหรับนักท่องเที่ยว ได้แก่ ไร่องุ่นกำนันเม้ง,ไร่องุ่นคุณมาลี,สวนองุ่นภูอมรและไวน์องุ่นภูอมร, ไร่น้ำภูฟ้า การเดินทางชมไร่องุ่นจะอยู่ตามเส้นทางสาย 2089 เส้นมวกเหล็ก-วังม่วง

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์  มีพื้นที่อยู่ในเขตบ้านคำพราน อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี และตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ความยาวสันเขื่อน 4,860 เมตร ได้ก่อสร้างขึ้นตามโครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตัวเขื่อนก่อสร้างด้วยการเรียงหิน มีแกนดินเหนียวภายใน มีประตูเก็บน้ำ 7 ช่อง อุโมงค์ระบายน้ำ 2 แห่ง เก็บกักน้ำได้ปริมาณ 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร

อุโมงค์ต้นไม้ เป็นบริเวณทางโค้งที่ต้นไม้สองฝั่งถนนโน้มเข้าหากันทำให้ดูคล้ายอุโมงค์ และให้ความร่มรื่นสวยงามมีความยาวประมาณ 200 เมตร นักท่องเที่ยวมักจอดรถแวะถ่ายรูปเป็นประจำ การเดินทาง จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 2 แยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2089 อุโมงค์ต้นไม้จะอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 24-25 จะมีป้ายบอกว่าเป็นอุโมงค์ต้นไม้

ทุ่งทานตะวัน ตั้งอยู่ที่บริเวณเขตติดต่อระหว่างจังหวัดลพบุรี และสระบุรี ตามเส้นทางสายพัฒนานิคม-วังม่วง มีการทำไร่ทานตะวันกันมาก ในช่วงฤดูหนาวราวเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ริมฝั่งถนนจะสะพรั่งไปด้วยสีเหลืองของดอกทานตะวัน เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้ผ่านมาบริเวณนี้เป็นอย่างมาก
สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวนับแสนคนจากทั่วประเทศให้เดินทางมาเที่ยวชมและถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทานตะวันมีอยู่หลายอย่าง อาทิ เมล็ดทานตะวันอบแห้ง คุกกี้ทานตะวัน ข้าวเกรียบ ข้าวตังทานตะวัน น้ำผึ้งดอกทานตะวัน เกสรผึ้ง นมผึ้ง และเครื่องจักสานใบลานที่ขึ้นชื่อ เป็นต้น

เจดีย์พระคุณแม่ ตั้งอยู่ที่วัดคลองใหม่ ตำบลหนองหมู ระยะทางห่างจากจังหวัดประมาณ 42 กิโลเมตร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน มุ่งสู่กรุงเทพฯ ผ่านหินกองและตลาดหนองแค ก่อนข้ามสะพานรพีพัฒน์ จะมีทางแยกซ้ายมือเลียบคลองชลประทานบอกทางเข้าวัดคลองใหม่ แล้วเลี้ยวซ้ายผ่านที่ว่าการอำเภอหนองแคไปประมาณ 5 กิโลเมตร เจดีย์พระคุณแม่เป็นเจดีย์รูปทรงคล้ายพระปฐมเจดีย์ ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง องค์เจดีย์ล้อมรอบด้วยพระประจำวัน เจดีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อให้กุลบุตรกุลธิดาระลึกถึง และตอบแทนพระคุณแม่

สวนนกธรรมชาติตำบลไผ่ต่ำ อยู่บริเวณป่าไผ่ที่บ้านลุงต้อม เหมือนแม้น อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลไผ่ต่ำ มีเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ เป็นที่อยู่อาศัยของฝูงนกพันธุ์ต่าง ๆ กว่า 17 ชนิด อาทิ นกเอี้ยงดำ นกกางเขน นกเขา นกกวัก นกกาน้ำเล็ก นกแขวก และนกกระยาง โดยฝูงนกเหล่านี้จะออกหากินตั้งแต่เช้าตรู่ และจะบินกลับรังในตอนเย็นใกล้ค่ำ การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ไปจากกรุงเทพฯ จนถึงระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 83-84 ทางด้านซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางไปวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วัดไผ่ต่ำ ให้เลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 800 เมตร จนพบคลองชลประทานให้เลี้ยวซ้ายเลียบคลองไปอีกประมาณ 150 เมตร