เที่ยวแดนลึกลับในอิหร่าน

ถ้ำใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบถ้ำ Ghar-e-Dosar ตั้งอยู่ในภาคกลางของอิหร่านซึ่งได้รับรู้เรื่องบางครั้งและเป็นจุดหมายปลาย ทางยอดนิยมสำหรับ cavers ในภูมิภาค ระบบยังไม่ได้รับแมปอย่างสมบูรณ์ แต่เพื่อให้แง่มุมใหม่ของมันยังคงถูกค้นพบ ล่าสุดกุมภาพันธ์ทีมงานของแปดเข้าไปในห้องที่ใหญ่ที่สุดและมีการตั้งค่า เกี่ยวกับการวัดที่แม่นยำของการขยายรวมของ ตัวเลขเหล่านั้นได้ทั้งหมดรับ crunched ขณะนี้และสิ่งที่พวกเขาพบว่าเป็นที่น่าอัศจรรย์เพียง

ห้อง ใต้ดินมาตรการ 1,263 ฟุตและ 869 ฟุตกว้างครอบคลุมประมาณเทียบเท่าจาก 20 เอเคอร์ ถ้ำลาดลงต่ำกว่าความยาวของมันที่เริ่มต้นด้วยความสูงประมาณ 230 ฟุตและจมดิ่งลงต่ำสุดเป็น 469 ฟุตที่จุดที่ลึกที่สุดของ มิติที่มีขนาดใหญ่พอที่จะนำมันไปอัลลิสเปรตถ้ำในโอมานมาข้างหลังเล็กน้อย Torca เดล Carlista ในสเปนในรายการของโลกที่ใหญ่ที่สุดของห้องพักในถ้ำ

มัน ควรจะตั้งข้อสังเกตว่าห้องนี้จัดอันดับเป็นที่สี่ที่ใหญ่ที่สุดในแง่ของขนาด สำหรับถ้ำเดียว Ghar-e-Dosar ไม่ได้เกือบเป็นใหญ่เป็น Mammoth Cave National Park ในเคนตั๊กกี้ แต่ที่ไม่ได้เป็นห้องเดียวที่เปรียบเทียบในขนาดที่ แต่ไม่ยืดมานานกว่า 400 ไมล์จากทางเดินใต้ดิน

 

ทีมงานของ spelunkers อิหร่านสำรวจระบบถ้ำใต้ดินที่อยู่ใกล้ Mehriz ซด์ได้ทำให้การค้นพบที่น่าแปลกใจ ปีที่ผ่านมากลุ่มของ cavers stumbled ข้ามห้องใต้ดินขนาดใหญ่และหลังการวัดอย่างระมัดระวังและที่แน่นอนของขนาดของมันถ้ำได้รับการยืนยันในขณะนี้จะเป็นที่สี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

หยุดพักผ่อนที่คาสิโนในชิคาโก

ถ้าคุณมีมากกว่าสองสามชั่วโมงสำรองในการหยุดพักในชิคาโก, วิธีที่ดีเพื่อดื่มด่ำบางเวลาคือการเล่นการพนันที่ห้องโถงสถานที่ใกล้เคียง คาสิโนเป็นแม่น้ำเพียงไม่กี่ไมล์จากสนามบินและเป็นสิ่งที่ทำให้ไขว้เขวดีอยู่ห่างจากสถานีแผงขายหนังสือพิมพ์และส่งเสียงดังซ้ำซากประกาศค่าใช้จ่าย

เพื่อให้ได้มีการรักษาความปลอดภัยออกจากชั้นล่างแล้วหัวและใช้เส้นสีฟ้า CTA หนึ่งหยุด ($ 2.25 วิธีหนึ่งในช่วงเวลาของการเขียน) ไปโรสมอนต์ จากนั้นใช้ทางออกเท่านั้นและกระโดดขึ้นไปบนรถบัสรับส่งฟรีสีม่วงที่วิ่งออกจากศูนย์การขนส่ง 24/7การเดินทางทางเดียวทั้งจากสนามบินในการขนส่งสาธารณะจะใช้เวลา 30-40 นาทีในขณะที่อีกทางเลือกหนึ่งรถแท็กซี่ $ 10 จะใช้เวลาประมาณ 10 นาที

คาสิโนเปิดแม่น้ำปีที่ผ่านมาในเขตชานเมืองของสนามบินโอแฮร์และเป็นคาสิโนเท่านั้นใกล้เมือง เมื่อล่าสุด layover เช้าวันเสาร์เราค้นพบตารางบรรจุเกือบระบุที่ $ 10 ต่อการเดิมพันและเครื่องสล็อตพอที่จะทำให้คาสิโนใด ๆ สบาย ๆ ชมภาพยนตร์ความสุข นอกจากนี้ยังมีการเลือกรับประทานอาหารที่เรียบง่ายซึ่งมีทางเลือกที่น่าสนใจกับอาหารที่สนามบินเกิน

เก็บไว้ในใจว่าคุณจะมีการรักษาความปลอดภัยที่จะเจรจาใหม่เมื่อเดินทางกลับถึงสนามบินและที่นำติดตัวกระเป๋าควรจะไปกับคุณเพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้มีอย่างน้อยสามชั่วโมงเพื่อสำรองก่อนเที่ยวบินของคุณใบ

น้ำตกหัวแม่คำ

กินเที่ยว
ภูมิประเทศ
เป็นเทือกเขาสูงสลับกันเป็นทอด ๆ มีเทือกเขาสูงซึ่งเป็นจุดแบ่งเขตแดนระหว่างไทยกับสหภาพพม่า สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,300-1,700 เมตร มีความลาดชันเฉลี่ยทั่วพื้นที่ประมาณ 35-45 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่เป็นภูเขาที่มีดินอยู่ชั้นบนและมีหินโผล่ สำหรับบริเวณน้ำตกจะมีหินขนาดใหญ่บางเล็กบ้างซ้อนทับกันอย่างสวยงาม

ภูมิอากาศ
เป็นแบบมรสุมเมืองร้อนคือ ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงฤดูฝนและลมตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงฤดูหนาว แบ่งออกเป็น 3 ฤดู คือฤดูร้อน มีลักษณะร้อนชื้นในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม ฤดูฝน มีลักษณะที่ฝนตกแล้วมีลมกรรโชกแรงอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน – กันยายน ฝนจะตกมากในช่วงเดือนกรกฎาคม สิงหาคม ไปจนถึงเดือนตุลาคม ฤดูหนาวมีลักษณะถึงหนาวจัด อยู่ในระหว่างเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์

วนอุทยานน้ำตกหัวแม่คำ อยู่ในท้องที่ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำแม่คำ ป่าน้ำแม่สลอง ป่าน้ำแม่จันฝั่งซ้าย มีเนื้อที่ประมาณ 3,500 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2541

สัตว์ป่า
สัตว์ป่าที่พบได้แก่ อีเห็น กระต่าย และนกชนิดต่างๆ เป็นต้น

ป่าและพันธุ์ไม้
เป็นป่าดิบเขา บริเวณบนภูเขาได้ผ่านการทำการเกษตรมาแล้วหลายปีมีต้นไม้ขึ้นไม่หนาแน่น ส่วนบริเวณที่เป็นที่โล่งจะมีดอกบัวตองขึ้นอยู่เต็มพื้นที่ สำหรับบริเวณหุบเขาซึ่งมีลำห้วย และมีน้ำไหลตลอดปีจะมีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีพันธุ์ไม้ทั้งยืนต้นและไม้ชั้นล่าง เช่น เฟิร์น ไลเคน บอน มะหูด หญ้าชนิดต่าง ๆ รวมถึง ลูกไม้ ชนิดพันธุ์ไม้ยืนต้นที่พบได้ ก่อแป้น แดงน้ำ เสี้ยวดอกขาว ก่อเดือย มะไฟป่า ไผ่ป่า มะหลอด ประดู่ กาสลองคำ เงาะป่า ปอเลียง มะขามป้อม แคหางค่าง ตะแบกใหญ่ ตะเคียนทอง มะเดื่อ ข่อย ปอกระสา กระพี้จั่น ทองหลาง

การเดินทาง
เดินทางจากอำเภอเมืองจังหวัดเชียงรายเป็นถนนลาดยางสี่เลน ถึงอำเภอแม่จัน ระยะทาง 30 กิโลเมตร และจากทางแยกแม่จัน-แม่สลอง เป็นทางลาดยางลาดชันตามแนวไหล่เขาสวยงามมากถึงทางแยกเข้าบ้านเทอดไทย ระยะทาง 23 กิโลเมตร จากทางแยกถึงบ้านเทอดไทยอีก 13 กิโลเมตร ผ่านบ้านนาโต่ บ้านปางมะหันจนถึงวนอุทยานน้ำตกหัวแม่คำ ระยะทาง 37 กิโลเมตร รวมระยะทางจากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงรายถึงวนอุทยานน้ำตกหัวแม่คำประมาณ 103 กิโลเมตร

เดินทางไปทำบุญ

กฐิน   เป็นศัพท์ในพระวินัยปิฎกเถรวาท เป็นชื่อเรียกผ้าไตรจีวรที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้อยู่จำพรรษาครบ 3 เดือนแล้ว สามารถรับมานุ่งห่มได้
โดยคำว่ากฐิน หรือการกรานกฐิน จัดเป็นสังฆกรรมประเภทหนึ่งตามพระวินัยบัญญัติเถรวาทที่มีกำหนดเวลา คือพระสงฆ์สามารถกระทำสังฆกรรมนี้ได้นับแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 เท่านั้น โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญคือสร้างความสามัคคีในหมู่คณะสงฆ์ และอนุเคราะห์ภิกษุผู้ทรงคุณที่มีจีวรชำรุด   ดังนั้นกฐินจึงจัดเป็นเรื่องเกี่ยวกับสังฆกรรมของพระสงฆ์โดยจำเพาะ ซึ่งนอกจากในพระวินัยฝ่ายเถรวาทแล้ว กฐินยังมีในฝ่ายมหายานบางนิกายอีกด้วย แต่จะมีข้อกำหนดแตกต่างจากพระวินัยเถรวาท
การเดินทางมาของผ้าไตรจีวรอันจะนำมากรานกฐินตามพระวินัยบัญญัติของเถรวาทนี้ พระพุทธองค์ไม่ทรงห้ามการรับผ้าจากผู้ศรัทธาเพื่อนำมากรานกฐิน  ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้เกิดทานพิธีการถวายผ้ากฐิน หรือการทอดกฐินของพุทธศาสนิกชนขึ้น และด้วยการที่การถวายผ้ากฐินนั้น จัดเป็นสังฆทาน  คือถวายแก่คณะสงฆ์โดยไม่เจาะจงภิกษุ รูปใดรูปหนึ่ง เพื่อให้คณะสงฆ์นำผ้าไปอปโลกน์ ยกให้ แก่ภิกษุรูปใด รูปหนึ่งตามที่คณะสงฆ์ลงมติ (ญัตติทุติยกรรมวาจา) และกาลทาน ที่มีกำหนดเขตเวลาถวายแน่นอน คณะสงฆ์วัดหนึ่ง ๆ สามารถรับได้ครั้งเดียวในรอบปี จึงทำให้ประเพณีการทอดกฐินเป็นบุญประเพณีนิยมที่สำคัญของพุทธศาสนิกชนโดย ทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย

ท่องเที่ยวประเพณีการทอดกฐิน มีทั้งพิธีหลวงและพิธีราษฎร์ โดยการถวายผ้าพระกฐินของพระมหากษัตริย์จัดเป็นพระราชพิธีที่สำคัญประจำปี ในปัจจุบันถวายผ้ากฐินในแง่การสนับสนุนผ้าไตรจีวรเพื่อใช้ใน สังฆกรรมสำคัญ ของคณะสงฆ์ได้ถูกลดความสำคัญลงไป แต่กลับให้ความสำคัญกับบริวารของกฐินทานแทน เช่น เงิน หรือวัตถุสิ่งของ เพื่อนำสิ่งเหล่านี้มาพัฒนาถาวรวัตถุและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ซึ่งจัดเป็นสังฆทานอย่างหนึ่งเช่นเดียวกัน

กฐินมีกำหนดระยะเวลาถวาย จะถวายตลอดไปเหมือนผ้าชนิดอื่นมิได้ ระยะเวลานั้นมีเพียง 1 เดือน คือตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 (วันเพ็ญเดือน 12) ระยะเวลานี้เรียกว่า กฐินกาล คือระยะเวลา ทอดกฐิน หรือ เทศกาลทอดกฐิน    ชาวพุทธในประเทศไทยให้ความสำคัญกับงานทอดกฐินที่จัดในวัดต่าง ๆ มาก โดยถือว่าเป็นงานบุญสำคัญที่สุดงานหนึ่งในรอบปี บางวัดที่มีผู้ศรัทธามาก อาจมีผู้จองเป็นเจ้าภาพทอดกฐินล่วงหน้ายาวเป็นสิบ ๆ ปี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความศรัทธาของชาวพุทธในประเทศไทยที่ได้ร่วมใจกันสืบทอด ประเพณีนี้มาจนปัจจุบัน

ประวัติความเป็นมาของกฐิน
เริ่มต้นจากการได้มีภิกษุชาวเมืองปาไฐยรัฐ 30 รูป ได้เดินทางเพื่อมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี แต่ยังไม่ทันถึงเมืองสาวัตถี ก็ถึงวันเข้าพรรษาเสียก่อน พระสงฆ์ทั้ง 30 รูป จึงต้องจำพรรษา ณ เมืองสาเกตุในระหว่างทาง พอออกพรรษาแล้ว ภิกษุเหล่านั้นจึงได้ออกเดินทางมาเข้าเฝ้าพระศาสดาด้วยความยากลำบากเพราะฝนยัง ตกชุกอยู่ เมื่อเดินทางถึงวัดพระเชตวัน พระพุทธเจ้าได้ตรัสถามถึงความเป็นอยู่และการเดินทาง เมื่อทราบความลำบากนั้นจึงทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้จำพรรษาครบถ้วนไตรมาสสามารถ รับผ้ากฐินได้ และภิกษุผู้ได้กรานกฐินได้อานิสงส์ 5 ประการ ภายในเวลาอานิสงส์กฐิน (นับจากวันที่รับกฐินจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 4) คือ
1.    ไปไหนไม่ต้องบอกลา
2.    ไม่ต้องถือไตรจีวรไปครบสำรับสามผืน
3.    ฉันคณะโภชน์ได้ (ล้อมวงกันฉันภัตตาหารได้)
4.    เก็บอดิเรกจีวรไว้ได้โดยที่ยังมิได้วิกัปป์ และอธิษฐาน โดยไม่ต้องอาบัติ
5.    จีวรลาภอันเกิดขึ้น จักได้แก่ภิกษุผู้ได้กรานกฐินแล้ว

ความพิเศษของกฐินที่แตกต่างจากทานอย่างอื่น
1. จำกัดประเภททาน คือ ต้องถวายเป็นสังฆทานเท่านั้น จะถวายเฉพาะเจาะจงภิกษุรูปใดรูปหนึ่งเหมือนทานอย่างอื่นไม่ได้
2. จำกัดเวลา คือ ต้องถวายภายในระยะเวลา 1 เดือน นับแต่วันออกพรรษาเป็นต้นไป
3. จำกัดงาน คือ พระภิกษุที่กรานกฐินต้องตัด เย็บ ย้อม และครองให้เสร็จภายในวันที่กรานกฐิน
4. จำกัดไทยธรรม คือ ผ้าที่ถวายต้องถูกต้องตามลักษณะที่สงฆ์กำหนดไว้
5. จำกัดผู้รับ คือ พระภิกษุผู้รับกฐิน ต้องเป็นผู้ที่จำพรรษาในวัดนั้นโดยไม่ขาดพรรษา และจำนวนไม่น้อยกว่า 5 รูป
6. จำกัดคราว คือ วัด ๆ หนึ่งรับกฐินได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น
7. เป็นพระบรมพุทธานุญาต ทานอย่างอื่นทายกทูลขอให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอนุญาต เช่น มหาอุบาสิกาวิสาขาทูลขออนุญาตผ้าอาบน้ำฝน แต่ผ้ากฐินนี้พระองค์ทรงอนุญาตเอง นับเป็นพระประสงค์โดยตรง

ชนิด ของกฐินในประเทศไทย
ตามพระวินัยแล้ว ไม่ได้จำแนกการทอดกฐิน (การถวายผ้ากฐินแก่พระสงฆ์) ออกเป็นชนิด ๆ ไว้แต่อย่างใด คงกล่าวแต่เพียงในส่วนการทำหรือรับผ้ามากรานกฐินของพระสงฆ์เท่านั้น แต่หากพิจารณาจากประเพณีที่นิยมปฏิบัติในปัจจุบัน คงพอจำแนกชนิดของการทอดกฐินได้คือ
จุลกฐิน คือ คำเรียกการทอดกฐินที่ต้องทำด้วยความรีบด่วน โดยต้องอาศัยความสามัคคีของผู้ศรัทธาจำนวนมาก เพื่อผลิตผ้าไตรจีวรให้สำเร็จด้วยมือภายในวันเดียว กล่าวคือ ต้องเริ่มตั้งแต่เก็บฝ้าย ตัดเย็บ ย้อม และถวายให้พระสงฆ์กรานกฐินให้เสร็จภายในเวลาเช้าวันหนึ่งจนถึงย่ำรุ่งของอีก วันหนึ่ง ดังนั้นโบราณจึงนับถือกันว่าการทำจุลกฐินมีอานิสงส์มาก เพราะต้องใช้ความอุตสาหพยายามมากกว่ากฐินแบบธรรมดา (มหากฐิน) ภายในระยะเวลาอันจำกัด โดยจุลกฐินนี้ปัจจุบันมักจัดเป็นงานใหญ่ มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก     ประเพณีการทอดจุลกฐินนี้เป็นประเพณีที่พบเฉพาะในประเทศไทยและลาว ปัจจุบันประเพณีการทำจุลกฐินนิยมทำกันเฉพาะชุมชนทางภาคเหนือและอีสานเท่า นั้น โดยอีสานจะเรียกกฐินชนิดนี้ว่า “กฐินแล่น” (จุลกฐินไม่ใช่ศัพท์ที่ปรากฏในพระวินัยปิฎก)
สาเหตุประการหนึ่งที่มีการทำจุลกฐิน เนื่องมาจากกำหนดการกรานกฐินนั้นมีระยะเวลาจำกัด และพระสงฆ์ไม่สามารถขวนขวายดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งผ้ากฐินเองได้ เพราะจะทำให้กฐินเดาะ (สังฆกรรมเสีย) จึงอาจมีบางวัดที่ใกล้กำหนดหมดฤดูกฐินแต่ยังไม่มีผู้นำผ้ากฐินมาถวาย  ทำให้ในสมัยก่อนเมื่อใกล้เดือน ๑๒ (หมดฤดูกฐิน) มักจะมีผู้ศรัทธาตระเวนไปตามวัดต่าง ๆ เมื่อเจอวัดที่ยังไม่ได้รับถวายผ้ากฐิน จึงต้องเร่งรีบขวนขวายจัดการทำผ้ากฐินให้เสร็จทันฤดูกฐินหมด ซึ่งบางครั้งอาจเหลือเวลาแค่วันเดียว จึงต้องอาศัยความร่วมมือของคนทั้งชุมชน ในการร่วมกันจัดทำผ้าไตรจีวรให้สำเร็จก่อนหมดฤดูกฐิน (เพราะสมัยก่อนไม่มีผ้าไตรจีวรสำเร็จรูปสำหรับขาย) การร่วมมือกันจัดทำจุลกฐินดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นเครื่องมือสร้างความ สามัคคีของคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี  บางครั้งหากผู้ที่อยากจะทำบุญ ทราบว่าเหลือวัดที่ตกค้างยังไม่ได้รับกฐิน จริงๆ  จะเกิด กฐินโจรขึ้นซึ่งจะคล้ายกับจุลกฐินแต่พิธีการไม่ยุ่งยากเท่า?คือ จู่ๆก็ไป?สันนิษฐานว่ามักทำกันแบบไม่ให้รู้เนื้อรู้ตัว?ที่เรียกว่ากฐินโจร ไม่บอกกล่าวให้ทางวัดรู้ล่วงหน้า
มหากฐิน เป็นศัพท์ที่เรียกเพื่อหมายความถึงการทอดกฐินที่มีบริวารกฐินมาก ไม่ต้องทำโดยเร่งรีบเหมือนจุลกฐิน มหากฐินคือกฐินที่ทอดถวายตามวัดต่าง ๆ ในประเทศไทยในปัจจุบัน ที่จะมีการรวบรวมจตุปัจจัยไทยธรรมและสิ่งของต่าง ๆ เพื่อนำไปเป็นเครื่องประกอบในงานกฐินถวายแก่พระสงฆ์ เพื่อนำไปทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาต่อไป (มหากฐินไม่ใช่ศัพท์ที่ปรากฏในพระวินัยปิฎก) โดยมหากฐินนั้นอาจเป็นกฐินที่มีเจ้าภาพเพียงคนเดียวหรือกฐินสามัคคีก็ได้
กฐินหลวง เป็นผ้าพระกฐินพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานด้วยพระองค์เอง หรือทรงโปรดเกล้าให้พระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่เสด็จไปพระราชทานแทน กฐินหลวงนี้จัดเครื่องพระราชทานด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และบางครั้งมีการจัดพิธีแห่เครื่องกฐินพระราชทานอย่างใหญ่ โดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค หรือกระบวนพยุหยาตราสถลมารถ แล้วแต่พระราชประสงค์ (ในปัจจุบันคงการเสด็จพระราชดำเนินทรงถวายผ้าพระกฐินอย่างพิธีใหญ่นั้น คงเหลือเพียงโดยกระบวนพยุหยาตราชลมารคเท่านั้น)

กฐินหลวงในปัจจุบันมีเพียง 16 วัดเท่านั้น เช่น วัดพระเชตุพนวิมล มังคลาราม วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดบวรนิเวศวิหาร วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร เป็นต้น
กฐินต้น เป็นผ้าพระกฐินพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานยังวัดราษฎร์เป็นการส่วนพระองค์

กฐินพระราชทาน เป็นผ้าพระกฐินพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน และเครื่องกฐินแก่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพาร ส่วนราชการ หน่วยงาน สมาคม หรือเอกชน ให้ไปทอดยังพระอารามหลวงต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักร (ในปัจจุบันกรมการศาสนารับผิดชอบจัดผ้าพระกฐินและเครื่องกฐินถวาย)

กฐินราษฎร์ คือกฐินที่ราษฏรหรือประชาชนทั่วไปที่มีจิตศรัทธาจัดถวายผ้ากฐิน และเครื่องกฐินไปถวายยังวัดราษฎร์ต่าง ๆ โดยอาจแบ่งออกเป็นจุลกฐิน และมหากฐิน (กฐินสามัคคี) ในปัจจุบันกฐินราษฎร์ หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า กฐิน สามัคคี ผู้เป็นประธานหรือเจ้าภาพในการทอดกฐินจะให้ความสำคัญกับการรวบรวม (เรี่ยไร) เงินและสิ่งของเพื่อเข้าประกอบเป็นบริวารกฐินมากกว่า เพราะวัดสามารถนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาได้ และเนื่องจากการถวายผ้ากฐินเป็นกาลทาน จึงทำให้ประเพณีการทอดกฐินเป็นงานสำคัญประจำปีของวัดต่าง ๆ โดยทั่วไปในประเทศไทย

ชมรถไฟของไทย

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ เซอร์แอนดรู คลาก และบริษัทปันชาร์ด แมกทักการ์ด โลเธอร์ ดำเนินการสำรวจเพื่อสร้างทางรถไฟจาก กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ และมีทางแยกตั้งแต่เมืองสระบุรี – เมืองนครราชสีมาสายหนึ่ง จากเมืองอุตรดิตถ์ – ตำบลท่าเดื่อริมฝั่งแม่น้ำโขงสายหนึ่ง และจากเมืองเชียงใหม่ไปยังเชียงราย เชียงแสนหลวงอีกสายหนึ่ง โดยทำการสำรวจให้แล้วเสร็จเป็นตอน ๆ รวม 8 ตอน ในราคาค่าจ้างโดยเฉลี่ยไม่เกินไมล์ละ 100 ปอนด์ ทั้งสองฝ่ายลงนามในสัญญา เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2430
เมื่อได้สำรวจแนวทางต่าง ๆ แล้ว รัฐบาลพิจารณาเห็นว่าจุดแรกที่สมควรจะสร้างทางรถไฟเชื่อมกับเมืองหลวงของไทย ก่อนอื่น คือ นครราชสีมา ดังนั้นในเดือนตุลาคม 2433 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งกรมรถไฟขึ้น สังกัดอยู่ในกระทรวงโยธาธิการมีพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนริศรานุวัติวงศ์ ทรงเป็นเสนาบดี และนาย เค. เบ็ทเก ( K. Bethge ) ชาวเยอรมัน เป็นเจ้ากรมรถไฟ

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระราชทานพระบรมราชานุมัติให้ก ระทรวงโยธาธิการว่าจ้าง มิสเตอร์ จี. มูเร แคมป์เบลล์ สร้างทางรถไฟหลวงจากกรุงเทพฯถึงนครราชสีมา เป็นสายแรก เป็นทางขนาดกว้าง 1.435 เมตร และได้เสด็จพระราชดำเนินประกอบพระราชพิธีกระทำพระฤกษ์ เริ่มการสร้างทางรถไฟ ณ บริเวณย่านสถานีกรุงเทพ เมื่อวันที่ 09 มีนาคม พ.ศ.2434  โดยมีการดำเนินการก่อสร้างเป็นระยะ ดังนี้

9 มีนาคม 2434         เริ่มสร้าง สายรถไฟ กรุงเทพ นครราชสีมา ทางรถไฟขนาด กว้าง 1,435 เมตร ตามมาตรฐานยุโรป
1 พฤศจิกายน 2440   เริ่มสร้าง สายรถไฟ จากชุมทางบ้านภาชี ถึงแก่งคอย ระยะทาง  53 กิโลเมตร เปิดเดินรถไฟ
3 มีนาคม 2440         เริ่มสร้าง สายรถไฟ จากแก่งคอย ถึงมวกเหล็ก
25 พฤษภาคม 2442   เริ่มสร้าง สายรถไฟ จากมวกเหล็ก ถึงปากช่อง

การเดินทางไปมอหลักหิน สำหรับเข้าไปดูหรือไหว้ศาล สามารถเดินทางได้ สองทาง คือ
เส้นทางที่หนึ่ง เข้าทางปางอโศก เมื่อขับรถยนต์ ข้ามทางรถไฟ ไป ประมาณ  50 เมตร ท่านจะพบ ถนนลาดยาง ให้เลี้ยวซ้ายมือไป ระยะ ทางประมาณ 2 กม. จะมองเห็นป้าย  เขียนว่ามอหลักหิน
หรือถ้าท่านขับรถยนต์ผ่านจุดนี้มุ่งหน้าปากช่อง เมื่อเลยปั้มน้ำมัน ปตท. ระยะทาง ประมาณ 200 เมตร ใกล้ปากทางเข้า มีบ้านอยู่หนึ่งหลังเลี้ยวซ้ายเข้าไปเป็นถนนคอนกรีต จะมีทางเลี้ยวซ้ายเข้าไป ทางค่อนข้างแคบ เมื่อเข้าไปแล้ว ข้ามทางรถไฟ ระยะทางประมาณ  100 เมตร ให้เลี้ยว
ขวาไประยะทางประมาณ 200 เมตร จะเห็นป้ายมอหลักหินเหนือถนน   ซึ่งหากใครไปเที่ยวฟาร์มโชคชัย หรือเดินทางผ่านมาบริเวณนี้ก็ อย่าลืมแวะมาสักการะ บูชา กราบไหว้รำลึกถึง คุณาประการต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ครับ

แต่เมื่อการก่อสร้างมาถึง บริเวณสถานีรถไฟกลางดง  ช่วงหลัก กม.ที่ 160.03 การสร้างรางรถไฟบริเวณนี้ เป็นป่าดงดิบ มีไข้ป่า ประกอบกับความเชื่อต่าง ๆ เมื่อผ่านดงพญาไฟ คนงานวิศกรต้องสังเวยชีวิตไปมากมาย  เมื่อไปตัดต้นไม้ต้นใหญ่ๆ จึงต้องทำพิธี อัญเชิญตราแผ่นดิน ไปประทับตามต้นไม้ที่จะโค่น  และจากปัญหาตรงนี้เอง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้เสด็จไปทอดพระเนตร  และลงเดินเท้า ที่ปลายรางรถไฟที่สร้างไปถึงที่นั่น เมื่อวันที่ื 21 ธันวาคม 2441 ซึ่งก็ได้แก่ บริเวณ “มอหลักหิน” นี่เอง

ประวัติการก่อตั้งการรถไฟแห่งประเทศไทย

ก่อนที่การรถไฟหลวงจะถือกำเนิดขึ้นนั้นในปีพุทธศักราช 2398 รัฐบาลสหราชอาณาจักรอังกฤษให้ เซอร์ จอห์น เบาริง (Ser John Bowring) พร้อมด้วย มิสเตอร์ แฮรี่ สมิท ปาร์ค (Mr. Harry Smith Parkes) เดินทางเข้ามาเจรจาขอแก้ไขสนธิสัญญาทางราชไมตรีฉบับที่รัฐบาลอังกฤษ ทำไว้กับรัฐบาลไทยเมื่อ วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2369

ซึ่งในกาลนั้น มิสเตอร์ แฮรี่ สมิท ปาร์ค ได้นำสนธิสัญญาฉบับใหม่ออกไปประทับตราแผ่นดินอังกฤษ แล้วนำกลับมาแลกเปลี่ยนสนธิสัญญากับฝ่ายไทย กับอัญเชิญพระราชสาส์น และเครื่องราชบรรณาการของสมเด็จพระนางวิคตอเรียแห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษเข้า มาเพื่อทูลเกล้าฯ ถวาย แด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

อาทิ รถไฟจำลองย่อส่วนจากของจริงประกอบด้วย รถจักรไอน้ำ และรถพ่วงครบขบวน เดินบนรางด้วยแรงไอน้ำทำนองเดียวกับรถใหญ่ที่ใช้อยู่ในเกาะอังกฤษ(ขณะนี้ รถไฟเล็กได้เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ) ราชบรรณาการในครั้งนั้นสมเด็จพระนางวิคตอเรีย ทรงมีพระราชประสงค์จะให้เป็นเครื่องดลพระราชหฤทัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ให้ทรงคิดสถาปนากิจการรถไฟขึ้นในราชอาณาจักรไทย แต่เนื่องจากในขณะนั้นภาวะเศรษฐกิจของไทยยังอยู่ในฐานะไม่มั่นคง และมีจำนวนพลเมืองน้อย กิจการจึงต้องระงับไว้

เที่ยวปากช่อง

เดินทางโดยรถไฟ

สำหรับผู้ที่ไม่เร่งรีบ และต้องการชมบรรยากาศสองข้างทาง(เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง) มีรถไฟออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) ไปนครราชสีมาทุกวัน

ซึ่งเส้นทางสายนี้เป็นเส้นทางสายประวัติศาสตร์ เป็นเส้นทางรถไฟสายแรกของประเทศไทย รถไฟจะเคลื่อนผ่านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ทุ่งทานตะวัน  ผาเสด็จ อำเภอปากช่อง อ่างเก็บน้ำลำตะคอง และมุ่งสู่จังหวัดนครราชสีมา ที่มีบรรยากาศสองข้างทางสวยงามมาก การเดินทางไปอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว
เริ่มต้นจากเส้นถนนพหลโยธิน ผ่านรังสิต วังน้อย หนองแค หินกอง ถึงสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าถนนมิตรภาพ ผ่านทับกวาง แก่งคอย มวกเหล็ก กลางดง จะถึง ปากทางเข้าอำเภอปากช่อง เลี้ยวซ้ายจะเข้าอำเภอปากช่อง ถ้าตรงไปอีกหน่อยจะมีทางต่างระดับเลี้ยวซ้ายแล้ววนขวาไปถนนธนะรัชต์ มุ่งตรงสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

เดินทางโดยรถตู้   มีให้เลือกผู้ประกอบการ  2 เจ้า ได้แก่

1.    จำนงค์รถตู้ (รถตู้ป้าจำนงค์)   ค่ารถ 160 บาท/คน ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง รถออกทุกวัน

กรุงเทพ – ปากช่อง (สำหรับขาไป)  ขึ้นรถข้างสวนสันติภาพ ซ. 3 (เทวดาพลาซ่า) อนุสาวรีย์ชัยฯ รถออกทุก 1 ชั่วโมง ( 06.00-20.00 น.)

แผนที่สวนสันติภาพ อนุสาวรีย์ชัยฯ

ปากช่อง – กรุงเทพฯ (สำหรับขากลับ)  ท่ารถอยู่ที่อาคารดิโฮมทาวน์ ตรงข้ามตลาดไนท์ สี่แยกไฟแดงใหญ่ปากช่อง รถออกทุก 1 ชั่วโมง เวลา (05.00-19.00 น.)

นอกจากวิธีการเดินทางแบบธรรมดาแบบข้างต้น จำนงค์รถตู้ยังมีบริการพิเศษรับส่งจากกรุงเทพฯ ถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ต้องการ ยินดีให้เหมารถได้ จองที่นั่งได้ รายละเอียดติดต่อโทร. ป้านงค์ 089-900-3097 ท่ากรุงเทพ 089-844-8254 ปากช่อง 089-616-1952

2.    เทวาดา รถตู้
กรุงเทพ – ปากช่อง (สำหรับขาไป)   ท่ารถกรุงเทพ ขึ้นจากอนุสาวรีย์ชัยฯ รถจอดที่ หน้าภัตตาคารพงหลี ราชวิถี ซอย 11 รถออกทุกชั่วโมงตั้งแต่เวลา 06:00น.-20:00น. คนละ 180 บาท  ลงหน้าตลาดเท-วา-ดา พลาซ่า ปากช่อง

ภัตราคารพงหลี อนุสาวรีย์ชัยฯ

ปากช่อง – กรุงเทพฯ (สำหรับขากลับ)  ท่ารถปากช่อง รถจอดที่ เท-วา-ดา พลาซ่า รถออกทุกชั่วโมงตั่งแต่ เวลา 05:00น.-19:00 น.

รายละเอียดติดต่อโทร 081-669-9858 ท่ากรุงเทพ 081-999-3707 ท่าปากช่อง 081-999-3606 และ 044-313-399

เดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง  จากกรุงเทพฯ

ซื้อตั๋วรถได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2   จุดขายตั๋วอยู่ชั้น 2    มีรถโดยสารธรรมดา และ รถปรับอากาศชั้น 1 และชั้น 2 โดยสายที่จะไปนครราชสีมา จะเรียกว่า สาย 21 (กรุงเทพฯ – นครราชสีมา) วิ่งให้บริการจาก กรุงเทพฯ มายังจังหวัดนครราชสีมา ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีบริษัทเอกชน ที่ได้รับสัมปทานเปิดบริการเดินรถโดยสารสาย 21 จำนวน 3 รายคือ

บริษัท ราชสีมาทัวร์ จำกัด  โทร. (กรุงเทพฯ) 02-936-1615, โทร. (นครราชสีมา) 044-245443

บริษัท แอร์โคราชพัฒนา จำกัด  โทร. (กรุงเทพฯ) 02-936-2252 , โทร. (นครราชสีมา) 044-252999

บริษัท สุรนารีแอร์ จำกัด

ส่วนใหญ่รถจะออกทุก 20นาที ใช้เวลาวิ่ง 2.15 ชม.

หมายเหตุ  รถโดยสารจะมีวิ่งสองเส้นทาง คือ วิ่งเข้าตัวอำเภอปากช่องจะเริ่มตั้งแต่เวลา 4.00 – 20.00 น. ขอลงที่อำเภอปากช่องได้ และจะมีรถด่วนพิเศษ ที่ไม่วิ่งเข้าตัวอำเภอปากช่อง มุ่งตรงไปจังหวัดนครราชสีมาเลย จุดนี้นักท่องเที่ยวจะต้องสอบถามทางพนักงานของรถให้ดี มิฉะนั้นอาจจะต้องลงระหว่างทาง หรือลงบริเวณห้างเทสโก้ โลตัส ปากช่อง แล้วขึ้นรถสองแถวเพื่อที่จะเข้าตัวเมืองเทศบาลเมืองปากช่อง

ขากลับ เนื่องจากอำเภอปากช่องอยู่กึ่งกลางระหว่างจังหวัดนครราชสีมากับกรุงเทพมหา นคร ขากลับจำเป็นจะต้องรอรถโดยสารที่วิ่งต้นสายมาจากจังหวัดนครราชสีมา โดยเฉลี่ยแล้วรถโดยสารจะมาเที่ยวละประมาณ 45 นาที  ซึ่งสามารถซื้อตั๋วรถได้ที่ท่ารถ ซึ่งมีทั้งหมด 3 จุด ได้แก่
1.    ท่ารถหน้าร้านสะดวกซื้อแฮนดิมาร์ท
2.    ท่ารถข้างโรงแรมปากช่อง เจริญมิตรคอร์ท
3.    ท่ารถ บขส. หลังร้านข้าวต้มกากีนั๊ง

เที่ยวตลาดน้ำ

กินเที่ยว

ชุมชนบ้านต้นตาล เป็นชุมชนที่มีประวัติศาสตร์มานานกว่า 200 ปี เป็นตลาดน้ำขนาดใหญ่มาก ทำโคมไฟเป็นดาวรุ่งชักโคมไฟสำหรับหนุ่มสาว สองคนคือ ท้าวมโหสถและนางเขียวค่อม ที่กำลังจะแต่งงานกัน แต่ต้องสร้างถนนให้มาจดกันก่อนดาวรุ่งขึ้นและให้ตรงกันด้วย ทั้งคู่ก็สร้างถนนมา แต่ยังไม่ได้จดกัน ก็มีคนชักโคมไฟที่ดงกระทงยามขึ้น ทั้งคู่เลยไม่ได้แต่งงานกัน ดังนั้นจึงเรียกว่า “ดงกระทงยาม” มาจนถึงทุกวันนี้  ปัจจุบัน อบต.ดงกระทงยาม มีทั้งหมด 11 หมู่บ้าน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปชมวิถีชีวิตและกิจกรรมต่างๆของชุมชน เป็นชุมชนที่อพยพมาจาก อำเภอเชียงแสน เชียงราย เมื่อ พ.ศ.2347 ซึ่งในขณะนั้นเมืองเชียงแสนอยู่ในครอบครองของพม่า     กองทัพจากกรุงเทพฯ นำโดยรัชกาลที่ 1 พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ส่งทหาร 3 เหล่าทัพจาก เชียงใหม่ ลำปาง และเชียงราย ไปรบเพื่อเอาเมืองเชียงแสนคืน    เมื่อล้อมเมืองเชียงแสนสำเร็จ มีชัยชนะเหนือทหารพม่า กองทัพได้ไล่พม่าออกจากเมืองและทำการเผาเมืองเชียงแสนเสีย เพื่อไม่ให้พม่าแฝงตัวเข้ามาปะปน ซ่องสุม และกลับมาใช้ เมืองเป็นที่ตั้งอีกครั้ง   คนไทยเชื้อสายจีนชื่อ นายเต็กเอี๋ยว แซ่ตั้ง มีภรรยาเป็นชาวบ้านท้ายดงชื่อ นางนิ่มนวล มีบุตรธิดา 4 คน เป็นหญิง 2 คน ชาย 2 คน นายเต็กเอี๋ยว ประกอบอาชีพการทำตะกร้อสำหรับใช้ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยว ตะแกรงสำหรับใช้ตักของทอดหรือต้ม และได้สอนให้คนในหมู่บ้านดงกระทงยามทำ ซึ่งตอนแรกๆก็ทำใช้เอง จึงได้ทำการอพยพชาวเชียงแสนทั้งหมดออกมา ให้มาตั้งรกรากใหม่เป็นชุมชนที่อยู่ในเขตภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดราชบุรี และสระบุรี สำหรับบ้านต้นตาลนั้น มีผู้อพยพมาอยู่ประมาณ 23,000 คน แบ่งเป็น 5 ส่วน ประกอบด้วย เชียงใหม่ ลำปาง เชียงราย ลำพูน และน่าน บางส่วนไปเวียงจันทร์และส่วนหนึ่งเดินทางมาบางกอก เพื่อปลูกบ้านแปลงเมืองใหม่ โดยอาศัยอยู่ริมแม่น้ำป่าสักทั้ง 2 ฝั่ง ปัจจุบันคนเชียงแสนที่เกิดในสระบุรี มีจำนวนหลักแสนคน และมีจำนวนมากที่สุดที่ อ.เสาไห้