เที่ยวตลาดน้ำ

กินเที่ยว

ชุมชนบ้านต้นตาล เป็นชุมชนที่มีประวัติศาสตร์มานานกว่า 200 ปี เป็นตลาดน้ำขนาดใหญ่มาก ทำโคมไฟเป็นดาวรุ่งชักโคมไฟสำหรับหนุ่มสาว สองคนคือ ท้าวมโหสถและนางเขียวค่อม ที่กำลังจะแต่งงานกัน แต่ต้องสร้างถนนให้มาจดกันก่อนดาวรุ่งขึ้นและให้ตรงกันด้วย ทั้งคู่ก็สร้างถนนมา แต่ยังไม่ได้จดกัน ก็มีคนชักโคมไฟที่ดงกระทงยามขึ้น ทั้งคู่เลยไม่ได้แต่งงานกัน ดังนั้นจึงเรียกว่า “ดงกระทงยาม” มาจนถึงทุกวันนี้  ปัจจุบัน อบต.ดงกระทงยาม มีทั้งหมด 11 หมู่บ้าน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปชมวิถีชีวิตและกิจกรรมต่างๆของชุมชน เป็นชุมชนที่อพยพมาจาก อำเภอเชียงแสน เชียงราย เมื่อ พ.ศ.2347 ซึ่งในขณะนั้นเมืองเชียงแสนอยู่ในครอบครองของพม่า     กองทัพจากกรุงเทพฯ นำโดยรัชกาลที่ 1 พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ส่งทหาร 3 เหล่าทัพจาก เชียงใหม่ ลำปาง และเชียงราย ไปรบเพื่อเอาเมืองเชียงแสนคืน    เมื่อล้อมเมืองเชียงแสนสำเร็จ มีชัยชนะเหนือทหารพม่า กองทัพได้ไล่พม่าออกจากเมืองและทำการเผาเมืองเชียงแสนเสีย เพื่อไม่ให้พม่าแฝงตัวเข้ามาปะปน ซ่องสุม และกลับมาใช้ เมืองเป็นที่ตั้งอีกครั้ง   คนไทยเชื้อสายจีนชื่อ นายเต็กเอี๋ยว แซ่ตั้ง มีภรรยาเป็นชาวบ้านท้ายดงชื่อ นางนิ่มนวล มีบุตรธิดา 4 คน เป็นหญิง 2 คน ชาย 2 คน นายเต็กเอี๋ยว ประกอบอาชีพการทำตะกร้อสำหรับใช้ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยว ตะแกรงสำหรับใช้ตักของทอดหรือต้ม และได้สอนให้คนในหมู่บ้านดงกระทงยามทำ ซึ่งตอนแรกๆก็ทำใช้เอง จึงได้ทำการอพยพชาวเชียงแสนทั้งหมดออกมา ให้มาตั้งรกรากใหม่เป็นชุมชนที่อยู่ในเขตภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดราชบุรี และสระบุรี สำหรับบ้านต้นตาลนั้น มีผู้อพยพมาอยู่ประมาณ 23,000 คน แบ่งเป็น 5 ส่วน ประกอบด้วย เชียงใหม่ ลำปาง เชียงราย ลำพูน และน่าน บางส่วนไปเวียงจันทร์และส่วนหนึ่งเดินทางมาบางกอก เพื่อปลูกบ้านแปลงเมืองใหม่ โดยอาศัยอยู่ริมแม่น้ำป่าสักทั้ง 2 ฝั่ง ปัจจุบันคนเชียงแสนที่เกิดในสระบุรี มีจำนวนหลักแสนคน และมีจำนวนมากที่สุดที่ อ.เสาไห้