Men’s Palisades Park Pride.

Landscape
The high mountains alternate origin. The highest mountains are Mount Forest clogs (pine), the highest peak elevation of 1,291 meters above sea level, about 30-40% average slope on the west side of the mountain is steep, deep down. creek about 400 meters there is also a creek and a branch of the Creek clogs the mountain forest waterfall is not very high. Water throughout the year.

Beast
Wild boar, monkeys, deer, rabbits, birds, including the different types of wild fowl, hawks, snakes, cicadas.

Forest and vegetation.
The rainforest. The species diversity is relatively dense. The plants are all perennials and ground ferns and cycads harrowing Eupatorium odoratum and lace. Woody species were found to produce the key pivot pine sapwood Chan Champa wild mango etc.

Travel
Journey into the park ridgetop Phaya Prai total distance of 79 kilometers from the district town of Chiang Rai is a paved four lanes to Mae Chan district, about 30 kilometers from the junction Sang to Mae Salong a road along the hillside Fabrics Sun. Pha Dua home address to the junction about 23 miles from the junction Etadati another 13 miles to Etadati. Men can go home with two primary ways.
Climate
A tropical storm. Influenced by the southwest monsoon. During the rainy season, and the northeast monsoon in winter is divided into three seasons: rainy season from June to September, winter from October to February. The average temperature is 10-15 degrees Celsius, summer from March to May is hot and humid with temperatures averaging 28-38 degrees Celsius.

I head home and turn on the way to the Phaya Prai home distance of 28 kilometers.
From house to house Etadati Men asphalt jungle by a distance of about 13 kilometers.

ภูชี้ฟ้า

ท่องเที่ยว

ภูมิประเทศโดยทั่วไป
พื้นที่วนอุทยานเป็นยอดเขาสูงในเทือกเขาดอยผาหม่น ติดชายแดนไทย – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,200 เมตร ถึง 1,628 เมตร จุดสูงสุดคือ บริเวณจุดชมวิว มีความลาดชันเฉลี่ยทั่วพื้นที่ประมาณ 40 เปอร์เซนต์

ภูมิอากาศ
อากาศบนภูเขาจะค่อนข้างเย็นแต่ฤดูกาลจะเป็นแบบมรสุมเมืองร้อน โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงฤดูฝน และลมตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงฤดูหนาว แบ่งเป็น 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึง พฤษภาคม ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึง ตุลาคม และฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึง กุมภาพันธ์

วนอุทยานภูชี้ฟ้า อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่อิงฝั่งขวาและป่าแม่งาว ท้องที่บ้านร่มฟ้าทอง หมู่ที่ 9 และบ้านร่มฟ้าไทย หมู่ที่ 10 ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย อยู่ในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ หรือพื้นที่ป่าโซน C ตามแผนที่ ZONING เนื้อที่ที่สำรวจและเห็นควรจัดตั้งเป็นวนอุทยาน ประมาณ 2,500 ไร่ โดยกรมป่าไม้ได้มีคำสั่งจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2541

สัตว์ป่า
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่พบเห็นได้แก่ เก้ง กระจง หมูป่า อีเห็น ชะมด เสือไฟ เสือ ปลา แมวป่า หมูหริ่ง บ่าง เม่น พังพอน ค้างคาว กระต่ายป่า เพียงพอน กระรอกบิน กระรอก กระแต

นกที่พบเห็นได้แก่ นกเขา เหยี่ยว นกกระสา นกอินทรี นกฮูก นกปรอด นกแขวก นกเค้าแมว นกแสก นกกระปูด นกเอี้ยง นกกางเขน นกขมิ้น นกกระทาดง นกกวัก นกกิ้งโครง นกขุนทอง นกแซว นกนางแอ่น นกยูง นกตะขาบ นกหัวขวาน นกดุเหว่า ไก่ป่า ไก่ฟ้า

สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ที่พบเห็นได้แก่ เต่า กบ เขียด คางคก ปาด อึ่งอ่าง

สัตว์เลื้อยคลาน ที่พบเห็นได้แก่ งูชนิดต่าง ๆ ตะกวด ลิ่น ตุ๊กแกป่า กิ้งก่าบิน กิ้งก่า จิ้งเหลน แย้ ตะขาบ แมลงป่อง กิ้งกือ

ปลาที่พบเห็นได้แก่ ปลาแก้ม ปลาข้างลาย ปลาก้าง ปลาขาว ปลาซิว

 

จากอำเภอเมืองเชียงรายไปอำเภอเทิง ผ่านสามแยกโรงเรียนภูซางวิทยาคม บ้านสบบงและสามแยกบ้านม่วงชุมแล้วเดินทางต่อไป ก็จะถึงภูชี้ฟ้า

ไปตามทางหลวงจังหวัดสาย 1093 ผ่านน้ำตกภูซาง ด่านบ้านฮวก ศูนย์ส่งเสริมเกษตรที่สูงดอยผาหม่น

เส้นทางสายนี้เป็นทางลาดยาง 104 กิโลเมตรและทางดินลูกรัง 40 กิโลเมตร ผ่านจุดท่องเที่ยวสำคัญ 3 แห่งได้แก่
น้ำตกภูซาง (อุทยานแห่งชาติภูซาง) และด่านบ้านฮวก หมู่บ้านชายแดนไทย – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ศูนย์ส่งเสริมเกษตรที่สูงดอยผาหม่น ทดลองและส่งเสริมปลูกไม้ดอกเมืองหนาว เช่น ทิวลิป ลิลลี่

ป่าและพันธุ์ไม้
เป็นป่าดิบเขา ยกเว้นบนยอดภูชี้ฟ้าเป็น ทุ่งหญ้าประมาณ 300 ไร่ ชนิดพันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ เสี้ยวดอกขาว ก่อเดือย ก่อก้างด้าง ก่อแดง ก่อน้ำ ก่อแป้น ก่อสีเสียด อบเชย กำยาน หว้า เหมือด สารภี จำปาป่า จำปีป่า พันธุ์ไม้พื้นล่าง ได้แก่ เอื้องดิน หญ้าคา หญ้าแฝก หญ้าหางหนู หญ้าสามคน หญ้าไม้กวาด หญ้าเลา มอส เฟิร์นชนิดต่าง ๆจากภูชี้ฟ้าสามารถเดินทางไปยังดอยผาตั้ง อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย โดยอยู่ห่างออกไปตามเส้นทางหลวงจังหวัดสาย 1093 เป็นระยะทาง 25 กิโลเมตร และจากดอยผาตั้งยังสามารถเดินทางต่อไปยังอำเภอเชียงของ อำเภอเชียงแสน และอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายได้อีกด้วย

การเดินทาง
ภูชี้ฟ้าอยู่ห่างจากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ประมาณ 144 กิโลเมตร การเดินทางจากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ไปยังภูชี้ฟ้าได้ตามแนวเส้นทางดังนี้

 

เที่ยวไทยอย่างประหยัด

เดินป่า

หลังจากที่ประเทศไทย ได้เปิดการค้าขายกับต่างประเทศอย่างเสรี ในปีพ.ศ.2398 ได้มีการปรับปรุงการค้าขายกับต่างประเทศให้ทันสมัย และอำนวยความสะดวกให้แก่พ่อค้าต่างประเทศมากยิ่งขึ้น ทำให้การค้าขายเจริญรุ่งเรือง และมีการก่อสร้างทางรถไฟจากกรุงเทพฯ เชื่อมติดต่อกับภูมิภาคต่างๆ และก่อสร้างทางเกวียนเชื่อมระหว่างเมืองและสถานีรถไฟทางเกวียนดังกล่าวแล้ว ได้ขยายเป็นถนนรถยนต์ในเวลาต่อมา

หลังจากสร้างทางรถไฟ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ผู้บัญชาการรถไฟในขณะนั้น ได้จัดตั้งแผนกโฆษณาของการรถไฟขึ้น ในปี พ.ศ. 2467 เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมทางด้านการท่องเที่ยว และอำนวยความสะดวกแก่ชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในเมืองไทย โดยมีการส่งเรื่องราวของเมืองไทยไปเผยแพร่ในสหรัฐอเมริกา ต่อมา ทำหน้าที่รับรองและให้ความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาประเทศไทย รวมทั้งโฆษณาเผยแพร่ประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักแก่ชาวต่างประเทศ ต่อมางานนี้ก็ได้ย้ายตามกรมพระกำแพงฯ ไปที่กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม ต่อมาจึงค่อยย้ายมาขึ้นกับกรมโฆษณาการ สำนักนายกรัฐมนตรี

หลังจากประเทศไทยได้ประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำให้การพัฒนาประเทศขยายตัวขึ้นเกือบทุกด้าน การติดต่อระหว่างประเทศ ประกอบกับการคมนาคมที่ได้พัฒนาจนทำให้การเดินทางสะดวก รวดเร็ว ทั้งภายในและระหว่างประเทศ จึงทำให้การท่องเที่ยวขยายตัวขึ้นอย่างมาก ขอบข่าย อำนาจหน้าที่ขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เริ่มมีจุดจำกัด และข้อบกพร่องในการแก้ปัญหาต่างๆ เพื่อให้ทันกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อ.ส.ท. จึงได้ร่างพระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและได้ผ่านการพิจารณาจาก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งทำหน้าที่แทนรัฐสภา ในวันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2522 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่มที่ 96 ตอนที่ 72 วันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ.2522 ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้เปลี่ยนชื่อใหม่ของ “องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” เป็น “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” ใช้ชื่อย่อว่า “ททท.” (ททท., ม.ม.ป. : 2) โดยมีวัตถุประสงค์และนโยบายหลัก ดังนี้ (ททท., 2538 : 12 – 14)

วัตถุประสงค์

  1. ส่งเสริมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ตลอดจนการประกอบอาชีพของคนไทยในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

  2. เผยแพร่ประเทศไทยในด้านความงามของธรรมชาติ โบราณสถาน โบราณวัตถุ ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม การกีฬา และวิวัฒนาการของเทคโนโลยี ตลอดจนกิจการอย่างอื่น อันจะเป็นการชักจูงให้มีการเดินทางท่องเที่ยว

  3. อำนวยความสะดวกและปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว

  4. ส่งเสริมความเข้าใจดี และความเป็นไมตรีจิตระหว่างประชาชน และระหว่างประเทศ โดยอาศัยการท่องเที่ยว

  5. ริเริ่มให้มีการพัฒนาการท่องเที่ยวและเพื่อพัฒนาปัจจัยพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว

นโยบายหลักที่สำคัญ

1. ส่งเสริมชักจูงให้แก่นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเดินทางมาสู่ประเทศไทย เพื่อให้ได้มาซึ่งรายได้ เป็นเงินตราต่างประเทศเข้ามาเพิ่มพูนเศรษฐกิจส่วนรวมโดยรีบด่วน

2. ขยายแหล่งท่องเที่ยวให้กระจายไปในท้องถิ่น เพื่อเป็นการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวให้ถึงประชากรในทุกภูมิภาค

3. อนุรักษ์และฟื้นฟูสมบัติ วัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้คงความเป็นเอกลักษณ์ของไทยไว้ด้วยดีที่สุด

4. พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการด้านการท่องเที่ยวให้มีมาตรฐานที่ดีเพื่อ สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนให้มากขึ้น

5. เพิ่มความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ สามารถให้เดินทางไปสู่จุดหมายปลายทางต่างๆ ในประเทศไทย ด้วยความมั่นใจในความปลอดภัยของร่างกายและทรัพย์สินของตนและหมู่คณะ

6. ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยภายในประเทศ เฉพาะผู้มีกลุ่มรายได้น้อยและเยาวชน เพื่อเป็นการเพิ่มสวัสดิการด้านการท่องเที่ยวให้แก่คนไทย

7. สร้างกำลังคนที่เป็นคนไทย เข้าทำงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้มากที่สุด

8. ส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วมในกิจกรรมอันเกี่ยวกับการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น

งานดังกล่าวดำเนินติดต่อเรื่อยมา จนกระทั่งหยุดชะงักระยะหนึ่ง ในสงครามโลกครั้งที่ 2

ใน วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ.2492 คณะรัฐมนตรี ได้ให้โอนกิจการส่งเสริมการท่องเที่ยวจากกระทรวงพาณิชย์และคมนาคมมาอยู่กับ กรมโฆษณาการ สำนักนายกรัฐมนตรีและให้เรียกหน่วยงานนี้ว่า “สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยว” ใน ปีพ.ศ.2493 หน่วยงานดังกล่าวแล้ว ได้ยกฐานะเทียบเท่ากอง เรียกว่า “สำนักงานท่องเที่ยว”

ในปีพ.ศ.2502 ได้มีประกาศราชกฤษฎีกา แยกสำนักงานท่องเที่ยวออกจากกรมประชาสัมพันธ์หรือกรมโฆษณาการ จัดตั้งใหม่ให้เป็นหน่วยงานอิสระขึ้นอยู่กับสำนักนายกรัฐมนตรี เรียกหน่วยงานนี้ว่า “องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” มีชื่อย่อว่า “อ.ส.ท.” (ททท., ม.ม.ป. : 2) โดยเปิดดำเนินการขึ้น ณ อาคารสนามเสือป่า ถนนศรีอยุธยา ฝั่งตรงข้ามวัดเบญจมบพิตร ในวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2503 โดยมีท่านพลเอกเฉลิมชัย จารุวัสตร์ เป็นผู้อำนวยการคนแรก และถือว่า วันนี้เป็นวันกำเนิดขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ททท.สามารถปฏิบัติงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของประเทศได้เจริญรุด หน้าอย่างเป็นที่น่าพอใจ จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทยเพียง ประมาณ 8 หมื่นคนในปี พ.ศ.2503 กระทั่งถึงวันที่มีจำนวนตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น การท่องเที่ยวก็ขยายตัวเติบใหญ่ กลายเป็นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่นำเงินตราต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทยมาก เป็นอันดับหนึ่ง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2525 ยืนยงมานับสิบปีต่อเนื่องกัน และวันนี้ประเทศไทยยังสามารถกล่าวอ้างได้ว่า ได้ก้าวสู่ความเป็น HUB หรือสถานีกลางสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้อย่างเต็มภาคภูมิ ไม่เพียงเท่านั้น ในด้านตลาดท่องเที่ยว ตลาดการท่องเที่ยวของคนไทยก็ขยายตัวตัว จากเดิมที่เคยมุ่งเน้นแต่ชาติตะวันตกที่สำคัญ ในปัจจุบันไทยเรามีตลาดนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก มีสำนักงานประจำอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ทำการบุกเบิกตลาดอยู่อย่างเข้มแข็งหลากหลาย ในยามที่นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งมีปัญหา ก็สามารถเพิ่มการทำงานในอีกภูมิภาคหนึ่ง ทำให้จำนวนตัวเลขนักท่องเที่ยวยั่งยืน ไม่ตกต่ำไปตามสภาวการณ์ต่างๆ ที่ผันแปรมากจนเกินไป

ในส่วนของการท่องเที่ยวแห่งภายในประเทศ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยเราก็กระจายตัวกว้างขวางไปทั่วทุก หย่อมหญ้า แหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆ มากมายหลายหลากเปิดตัวกว้างขวาง จนถึงวันนี้อาจนับได้ว่าแทบไม่มีภูเขาสูงและทะเลลึกแห่งใดในประเทศไทยที่ ปราศจากรอยเท้าของนักท่องเที่ยวเดินทางไป เยี่ยมเยือน วัฒนธรรมประเพณีของไทยและของผู้คนต่างเผ่าพันธุ์ในประเทศที่เคยถดถอยขาดความ เจริญงอกงาม ถึงวันนี้ก็ได้รับการปัดฝุ่นนำกลับมาสู่ความสนใจของผู้คนอีกครั้งและพัฒนา ให้มีชีวิตชีวาต่อไป ภูมิปัญญาพื้นบ้านไทยหลายหลาก เช่น การทำเครื่องหัตถกรรมล้ำค่าต่างๆ ที่เคยถูกหลงลืม ไร้ผู้สืบทอด ใกล้สูญหาย ถึงวันนี้ได้รับการนำกลับมาปรับปรุงให้ทันสมัยและก้าวคืนเข้าสู่การรับใช้ สังคมอีกครั้งอย่างน่าภาคภูมิใจ

การเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของคนเราเองก็ทำให้เกิดการกระจาย รายได้ในประเทศอย่างกว้างขวาง เงินตราจากนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชนผู้ได้เปรียบในสังคม ก็ได้ช่วยกระจายตรงลงไปสู่ชุมชนรากหญ้า ชาวบ้านในพื้นที่ชนบทห่างไกลได้รับส่วนแบ่งตามความเหมาะสม ชาวบ้านในหลายแห่งมีโอกาสได้ทำความรู้จักกับปัญญาชนและคนร่ำรวยจากในเมือง ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนภูมิปัญญา สร้างโอกาสที่ดีให้กับชีวิตในด้านต่างๆ อย่างกว้างขวาง

เมื่อคนที่ตั้งใจเข้าไปส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่เป็นคนต่างถิ่นเข้าไปพบกับเจ้าของบ้านที่ก็ยังไม่แน่ใจว่าตนเองจะมีอะไร ดีพอที่จะอวด การจัดการทั้งหลายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเวลาอันรวดเร็วนั้นก็อาจมี การหลงทางไปบ้าง ซึ่งเมื่อชุมชนเข้มแข็งแล้ว ด้วยเศรษฐกิจการเมืองและการศึกษาที่พัฒนาขึ้น การจัดทำแผนที่ ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ดีขึ้น ส่งผลให้ประเทศยิ่งมีความพร้อมสำหรับการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างแดน เป็นยิ้มที่เต็มอิ่มสบายและออกจากภายในที่มีความสุขมากยิ่งขึ้น

แต่เมื่อมีการริเริ่มการทำงานใด ๆ ขึ้น อุปสรรค ความยากลำบากก็เป็นสิ่งที่มาคู่กัน การทำงานด้านการท่องเที่ยวก็เช่นกัน ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ มีมากมาย ในช่วงแรกของการทำงานโดยพนักงาน อ.ส.ท. ไม่กี่คนนั้น นับเป็นช่วงเวลาที่ควรเชิดชูไว้เป็นตัวอย่างในด้านความมุ่งมั่น มานะอดทน และผู้นำในการนั้นคือท่านผู้อำนวยการคนแรก พลเอกเฉลิมชัย จารุวัสตร์ ซึ่งเป็นผู้ที่ควรค่าแก่การสรรเสริญเป็นอย่างยิ่ง

แน่นอนที่ทุกสรรพสิ่งย่อมมีสองด้าน การท่องเที่ยวก็มีส่วนในการนำความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เหมาะสมบางประการเข้าสู่ พื้นที่ท่องเที่ยว เช่น การท่องเที่ยวทางทะเลที่ไม่มีการจำกัดจำนวน มีการทิ้งสมอทำลายปะการังหรือการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมบางประเภทที่มีส่วน เข้าไปทำให้วิถีชีวิตในชุมชนเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ถูกต้อง แต่เกือบทั้งหมดนั้นก็มักจะเป็นการกระทำไปอย่างหวังดีแต่ไม่เข้าใจ หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ในระยะเริ่มแรก ปัญหาและอุปสรรคสำคัญของการทำงานคือ พนักงานมีจำนวนน้อย แต่ภาระหน้าที่ในการทำงานมีมากมายในทุกๆ ด้าน ที่สำคัญ ภาระด้านการท่องเที่ยวก็เป็นงานใหม่ ไม่มีใครเคยทำงานด้านนี้มาก่อน ภาระที่พนักงานแต่ละคนได้รับจึงเป็นภาระงานแบบรวม ๆ คือทุกคนต้องทำได้ทุกอย่างและพร้อมที่จะกระโดดเข้าไปช่วยเหลือกันได้ในทุก ด้าน ทุกเวลาที่จำเป็น

น้ำตกหัวแม่คำ

กินเที่ยว
ภูมิประเทศ
เป็นเทือกเขาสูงสลับกันเป็นทอด ๆ มีเทือกเขาสูงซึ่งเป็นจุดแบ่งเขตแดนระหว่างไทยกับสหภาพพม่า สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,300-1,700 เมตร มีความลาดชันเฉลี่ยทั่วพื้นที่ประมาณ 35-45 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่เป็นภูเขาที่มีดินอยู่ชั้นบนและมีหินโผล่ สำหรับบริเวณน้ำตกจะมีหินขนาดใหญ่บางเล็กบ้างซ้อนทับกันอย่างสวยงาม

ภูมิอากาศ
เป็นแบบมรสุมเมืองร้อนคือ ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงฤดูฝนและลมตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงฤดูหนาว แบ่งออกเป็น 3 ฤดู คือฤดูร้อน มีลักษณะร้อนชื้นในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม ฤดูฝน มีลักษณะที่ฝนตกแล้วมีลมกรรโชกแรงอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน – กันยายน ฝนจะตกมากในช่วงเดือนกรกฎาคม สิงหาคม ไปจนถึงเดือนตุลาคม ฤดูหนาวมีลักษณะถึงหนาวจัด อยู่ในระหว่างเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์

วนอุทยานน้ำตกหัวแม่คำ อยู่ในท้องที่ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำแม่คำ ป่าน้ำแม่สลอง ป่าน้ำแม่จันฝั่งซ้าย มีเนื้อที่ประมาณ 3,500 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2541

สัตว์ป่า
สัตว์ป่าที่พบได้แก่ อีเห็น กระต่าย และนกชนิดต่างๆ เป็นต้น

ป่าและพันธุ์ไม้
เป็นป่าดิบเขา บริเวณบนภูเขาได้ผ่านการทำการเกษตรมาแล้วหลายปีมีต้นไม้ขึ้นไม่หนาแน่น ส่วนบริเวณที่เป็นที่โล่งจะมีดอกบัวตองขึ้นอยู่เต็มพื้นที่ สำหรับบริเวณหุบเขาซึ่งมีลำห้วย และมีน้ำไหลตลอดปีจะมีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีพันธุ์ไม้ทั้งยืนต้นและไม้ชั้นล่าง เช่น เฟิร์น ไลเคน บอน มะหูด หญ้าชนิดต่าง ๆ รวมถึง ลูกไม้ ชนิดพันธุ์ไม้ยืนต้นที่พบได้ ก่อแป้น แดงน้ำ เสี้ยวดอกขาว ก่อเดือย มะไฟป่า ไผ่ป่า มะหลอด ประดู่ กาสลองคำ เงาะป่า ปอเลียง มะขามป้อม แคหางค่าง ตะแบกใหญ่ ตะเคียนทอง มะเดื่อ ข่อย ปอกระสา กระพี้จั่น ทองหลาง

การเดินทาง
เดินทางจากอำเภอเมืองจังหวัดเชียงรายเป็นถนนลาดยางสี่เลน ถึงอำเภอแม่จัน ระยะทาง 30 กิโลเมตร และจากทางแยกแม่จัน-แม่สลอง เป็นทางลาดยางลาดชันตามแนวไหล่เขาสวยงามมากถึงทางแยกเข้าบ้านเทอดไทย ระยะทาง 23 กิโลเมตร จากทางแยกถึงบ้านเทอดไทยอีก 13 กิโลเมตร ผ่านบ้านนาโต่ บ้านปางมะหันจนถึงวนอุทยานน้ำตกหัวแม่คำ ระยะทาง 37 กิโลเมตร รวมระยะทางจากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงรายถึงวนอุทยานน้ำตกหัวแม่คำประมาณ 103 กิโลเมตร

ห้วยแม่สัก

วนอุทยานน้ำตกห้วยแม่สัก อยู่ในท้องที่บ้านน้ำตกพัฒนา หมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งก่อ กิ่งอำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยสักและป่าแม่กกฝั่งขวา มีเนื้อที่ประมาณ 2,800 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2545

ภูมิประเทศ
เป็นภูเขาวางตัวในแนวทิศตะวันตกเฉียงใต้-ตะวันออกเฉียงเหนือ สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 460-963 เมตร มีความลาดชันเฉลี่ยทั่วพื้นที่ประมาณ 30 % มีลำห้วยแม่สักเป็นห้วยขนาดใหญ่ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี และเป็นแหล่งต้นน้ำของน้ำตกห้วยแม่สัก ซึ่งไหลผ่านกลางพื้นที่

สัตว์ป่า
สัตว์ป่าที่พบได้แก่ กระต่ายป่า อ้นเล็ก กระจ้อน กระแต พังพอน ไก่ป่านกกระปูด นกเขาเปล้า นกกางเขนดง นกปรอดหัวโขน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลานและปลาชนิดต่างๆ

ป่าและพันธุ์ไม้
เป็นป่าเบญจพรรณที่มีไม้สักขึ้นอยู่ สภาพป่าบริเวณน้ำตกห้วยสัก ยังอุดมสมบูรณ์แต่ในบริเวณอื่นไม่ค่อยสมบูรณ์ เนื่องจากในอดีตเคยถูกบุกรุก ปัจจุบันป่าเริ่มฟื้นตัว มีพันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ตะแบกเกรียบ สัก กระท่อมหมู เลี่ยน เติม ไม้พื้นล่างเป็นพวกไผ่ กล้วยป่า ผักคราด หญ้าคา สาบเสือ กลอย หญ้าคมบาง บอน และเฟิร์น

การเดินทาง
เดินทางจากอำเภอเมืองเชียงรายผ่านอำเภอเวียงชัยถึงบ้านเหล่าเจริญราษฎร์ ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1233 ระยะทาง 34 กิโลเมตร แล้วเดินไปทางทิศใต้ถึงบ้านน้ำตกพัฒนา ตามถนนกรมโยธาธิการสายบ้านเหล่าเจริญราษฎร์ ระยะทาง 6 กิโลเมตร แล้วเดินทางต่อไปอีก 2 กิโลเมตร ก็จะถึงวนฯ ถนนเป็นดินลูกรัง รวมระยะทางทั้งหมด 42 กิโลเมตร