ปีนเขาในโปรแลนด์

ปีนเขาครั้ง ล่าสุดวันอังคาร Maciej Berbeka อดัม Bielecki, Tomasz สกี้และอาร์เทอเล็ค, ปีนเขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมปีนเขาทุกโปแลนด์, ถึงจุดสูงสุดของ 8051 เมตร (26,414 ฟุต) ครอบคลุมยอดภูเขาที่สูงที่สุดในโลก 12 ชาย สี่คนที่ประสบความสำเร็จที่ดีความชอบหลังจากใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการสร้าง ค่าย BP สูง, การแก้ไขเชือกและ acclimatizing การระดับความสูงและสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ในการทำเช่นนั้นพวกเขาก็กลายเป็นคนแรกที่ไปถึงยอดสูงสุดยากเหลือเชื่อในช่วงฤดูไห้และไม่ยอมให้อภัยที่สุดของปี

สำหรับ Berbeka เขากำลังปีนขึ้นโดยไม่ต้องโทรศัพท์ผ่านดาวเทียม แต่เป็นข่าวในการย้ายและพยายามที่จะสืบเชื้อสายมาจากภูเขา เขาเป็นคนที่เห็นครั้งสุดท้ายลงมาจากที่ตั้งของค่ายค้างคืน แต่สิ่งที่กลายเป็นของเขาหลังจากนั้นยังคงเป็นปริศนา เป็นที่เชื่อว่าเขาเป็นเพียงเหนื่อยโดยไต่และการสัมผัสกับองค์ประกอบที่เขาตั้งใจหลุดไปในลำธารในขณะที่ลง

กว่าคู่ต่อไปของวัน, สมาชิกคนอื่น ๆ ของทีมปีนขึ้นภูเขาเพื่อมองหาเพื่อนร่วมทีมของพวกเขาและให้ความช่วยเหลือตามความจำเป็น ทั้ง Bielecki และมาเล็คก็สามารถที่จะสืบเชื้อสายมาได้อย่างปลอดภัยกลับไปที่ค่าย แต่สหายของพวกเขาไม่เคยเห็นอีกครั้ง พายุใหญ่ย้ายเข้ามาในภูมิภาคในช่วงสุดสัปดาห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพปิดปิดโอกาสของการอยู่รอดทั้งหมด

แต่ ชำนาญที่มีประสบการณ์จะบอกคุณว่าการประชุมสุดยอดเป็นเพียงครึ่งทางไปสู่ เป้าหมายและไม้เลื้อยที่ยังคงจำเป็นที่จะต้องได้รับกลับมาได้อย่างปลอดภัยลง เช่นกัน หลัง จากการใช้จ่ายในช่วงเวลาสั้นที่ด้านบนของครอบคลุมยอดคนเริ่มยาวเชื้อสายช้า และเหนื่อยกลับไปที่ค่ายของพวกเขาที่สูงที่สุดที่พวกเขาจะได้พักผ่อนก่อนที่ จะดำเนินลงไปที่ค่ายในวันรุ่งขึ้น แต่น่าเสียดายที่ทั้งสองคนไม่เคยจะทำให้มันไปยังจุดที่
การประชุมสุดยอดที่ประสบความสำเร็จของยอดกว้าง 12 จาก 14 ภูเขา 8000 เมตรขณะนี้ได้มีขึ้นในช่วงฤดูหนาว เพียง Nanga Parbat ซึ่งยังอ้างว่าชีวิตในช่วงฤดูหนาวนี้และยังคงหวั่น K2 ไม่เคยแพ้ใครในช่วงเดือนที่หนาวเย็นของปี
ใน ชั่วโมงที่เกิดขึ้นตามการประชุมสุดยอดที่ประสบความสำเร็จและมาเล็ค Bielecki จัดการไปสะดุดกลับไปที่ค่ายและไต่ภายในเต็นท์ของพวกเขาสำหรับส่วนที่เหลือ ที่จำเป็นมาก แต่ทั้งคู่ก็ Berbeka และสกี้ย้ายมาช้าเกินไปที่จะไปถึงค่ายสูงในเย็นวันนั้น เป็นผลให้พวกเขาถูกบังคับให้ค่ายที่ 7900 เมตร (25,918 ฟุต) โดยเต็นท์ปล่อยให้พวกเขาสัมผัสกับองค์ประกอบรุนแรงค้างคืน
วันรุ่งขึ้น เป็นผู้นำทีมพูดกับสกี้ผ่านทางโทรศัพท์ดาวเทียมที่เขาบอกว่าเขาเป็นเพียง เหนื่อยเกินไปที่จะไป ไม่ ว่ามากเขาได้รับการสนับสนุนหรือ cojoled, ปีนไม่ได้มีความแข็งแรงหรือพลังงานที่จะได้รับบนเท้าของเขาและเขาก็นั่งอยู่ ในสถานที่ที่รอการหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่มีการติดต่อกับเขาโดยกลางตอนเช้าเป็น

Men’s Palisades Park Pride.

Landscape
The high mountains alternate origin. The highest mountains are Mount Forest clogs (pine), the highest peak elevation of 1,291 meters above sea level, about 30-40% average slope on the west side of the mountain is steep, deep down. creek about 400 meters there is also a creek and a branch of the Creek clogs the mountain forest waterfall is not very high. Water throughout the year.

Beast
Wild boar, monkeys, deer, rabbits, birds, including the different types of wild fowl, hawks, snakes, cicadas.

Forest and vegetation.
The rainforest. The species diversity is relatively dense. The plants are all perennials and ground ferns and cycads harrowing Eupatorium odoratum and lace. Woody species were found to produce the key pivot pine sapwood Chan Champa wild mango etc.

Travel
Journey into the park ridgetop Phaya Prai total distance of 79 kilometers from the district town of Chiang Rai is a paved four lanes to Mae Chan district, about 30 kilometers from the junction Sang to Mae Salong a road along the hillside Fabrics Sun. Pha Dua home address to the junction about 23 miles from the junction Etadati another 13 miles to Etadati. Men can go home with two primary ways.
Climate
A tropical storm. Influenced by the southwest monsoon. During the rainy season, and the northeast monsoon in winter is divided into three seasons: rainy season from June to September, winter from October to February. The average temperature is 10-15 degrees Celsius, summer from March to May is hot and humid with temperatures averaging 28-38 degrees Celsius.

I head home and turn on the way to the Phaya Prai home distance of 28 kilometers.
From house to house Etadati Men asphalt jungle by a distance of about 13 kilometers.

การไปแสวงบุญ

ท่องเที่ยวแฟชั่นที่แพร่หลายคือการที่ผู้แสวงบุญได้สวมหมวกปีกกว้างอันเป็นสัญลักษณ์ สื่อความหมายว่า ผู้สวมเคยเดินทางไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาและทำให้ผู้ที่พบเห็นทั่ว ไปชื่นชมและปรารถนาที่จะมีโอกาสสวมหมวกดังกล่าวบ้าง จึงเกิดการรวมกลุ่มกันออกเดินทางเป็นหมู่คณะ เพื่อไปจาริกแสวงบุญ (Encyclopedia Americana, Vol22 :98-99) ตลอดจนมีการพัฒนาเปิดกิจการโรงเตี๊ยม บริการที่พัก อาหารและเครื่องดื่ม สำหรับผู้ที่เดินทางไปจาริกแสวงบุญ

นอกจากสถานที่สำคัญทางศาสนาในปาเลสไตน์แล้ว สถานที่สำคัญในยุโรปเองได้แก่ โบสถ์ วิหารของคริสตจักรโรมันคาทอลิค สุสานนักบุญปอลและปีเตอร์ในกรุงโรม รวมถึงโบสถ์ วิหารที่ก่อสร้างด้วยศิลปะกอธิก (Gothic) ที่สร้างขึ้นในสเปนและฝรั่งเศส ซึ่งเป็นอาคารที่มีโครงสร้างเด่นเรื่องความสูง ซุ้มโค้ง หลังคาทรงกรวยแหลม หน้าต่างบานสูงแต่งกระจกสี ซึ่งกล่าวกันว่า ความสูงเหล่านั้นจะพาไปใกล้ชิดกับพระเจ้ามากขึ้น

แม้ว่าการเดินทางไปยังสถานที่ที่กล่าวมาข้างต้นจะต้องเดินทางรอนแรมเป็นระยะ ทางไกล เต็มไปด้วยภัยอันตรายรอบด้าน แต่นักแสวงบุญเหล่านั้นก็มุ่งมั่นไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อให้ใกล้ชิดกับพระเจ้ามากที่สุด พร้อมกันนั้นการค้นพบสถานที่ประสูติ สถานที่ที่ถูกตรึงไม้กางเขนและสถานที่ที่เป็นสุสานตามคัมภีร์ไบเบิ้ลฉบับ พันธสัญญาใหม่ ของกษัตริย์คอนสแตนตินและพระนางเฮเลนนา พระราชมารดา เป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ก่อให้เกิดกระแสการจาริกแสวงบุญ

เที่ยววัดหลวงพ่อคูณ

ท่องเที่ยว

หลวงพ่อคูณได้อุปสมบท เมื่ออายุได้ 21 ปี ณ พัทธสีมาวัดถนนหักใหญ่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2487  (หนังสือบางแห่งว่า ปี 2486) ตรงกับวันศุกร์ เดือน 6 ปีวอก โดยพระครูวิจารย์ดีกิจ อดีตเจ้าคณะอำเภอด่านขุนทด เป็นพระอุปัชฌาย์ พระกรรมวาจาจารย์ คือพระอาจารย์สุข วัดโคกรักษ์ หลวงพ่อคูณได้รับฉายาว่า ปริสุทโธ
หลังจากที่หลวงพ่อคูณอุปสมบทเป็นพระภิกษุเรียบร้อยแล้ว ท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง วัดบ้านหนองโพธิ์ ต.สำนักตะคร้อ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา  (บางตำรากล่าวว่าเมื่อบรรพชาแล้วได้เล่าเรียนกับหลวงพ่อคง ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดถนนหักใหญ่ก่อน แล้ว หลวงพ่อคงจึงนำไปฝากกับหลวงพ่อแดง)

เวลาล่วงเลยนานพอสมควร กระทั่งหลวงพ่อคงเห็นว่า ลูกศิษย์ของตนมีความรอบรู้ชำนาญการปฏิบัติธรรมดีแล้ว จึงแนะนำให้ออกธุดงค์จาริกไปตามป่าเขาลำเนาไพร ฝึกปฏิบัติธรรมเบื้องสูงต่อไป แรก ๆ หลวงพ่อคูณก็ธุดงค์ จาริกอยู่ในเขตจังหวัดนครราชสีมา จากนั้นจึงจาริกออกไปไกล ๆ กระทั่งถึงประเทศลาว และประเทศเขมร มุ่งเข้าสู่ป่าลึก เพื่อทำความเพียรให้เกิดสติปัญญา เพื่อการหลุดพ้น จากกิเลส ตัณหา และอุปทานทั้งปวง หลวงพ่อคูณ เป็นพระชาวบ้านที่เข้าถึงมวลชนทุกระดับชั้น ตั้งแต่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน นักการเมืองไปจนถึงชาวบ้าน ด้วยท่านมีเมตตามหานิยม มีวิธีการสั่งสอนที่ตรงไปตรงมาง่ายแก่การเข้าใจ
วัดบ้านไร่เดิมเป็นสำนักสงฆ์เล็กๆ ที่มีมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2436 ในช่วงรัชกาลที่ 5 โดยมีพระอาจารย์เชื่อม วิรโธ เป็นเจ้าอาวาสรูปแรกได้มีการก่อสร้างศาสนอาคารต่างๆ ขึ้น  และมีพระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ) เป็นเจ้าอาวาสปัจจุบัน
หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ   เป็นชาวบ้านไร่  ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมาโดยกำเนิด ได้ถือกำเนิดเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2466 (บางตำราว่าวันที่ 4 ตุลาคม) ตรงกับวันแรม 10 ค่ำ เดือน 10 ปีกุน ในครอบครัวของชาวไร่ชาวนา   สมัยที่หลวงพ่อคูณอยู่ในวัยเยาว์ 6-7 ขวบ ได้เข้าเรียนหนังสือ กับพระอาจารย์เชื่อม วิรโธ  ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสในขณะนั้น กับ พระอาจารย์ฉาย และพระอาจารย์หลี โดยเรียนทั้งภาษาไทย และภาษาขอม ที่วัดบ้านไร่นี่เอง และถือว่าเป็นสถานการศึกษาแห่งเดียวในหมู่บ้าน มิได้มีโรงเรียนทำการสอนเช่นในสมัยปัจจุบัน นอกจากเรียนภาษาไทยและขอมแล้ว พระอาจารย์ทั้ง 3 ยังมีเมตตาอบรมสั่งสอนวิชา คาถาอาคม เพื่อป้องกันอันตรายต่าง ๆ ให้แก่หลวงพ่อคูณด้วย นับว่าหลวงพ่อคูณรู้วิชาไสยศาสตร์มาแต่เยาว์วัย

หลังจากที่พิจารณาเห็นสมควรแก่การปฏิบัติแล้ว หลวงพ่อคูณจึงออกเดินทางจากประเทศเขมรสู่ประเทศไทย เดินข้ามเขตด้านจังหวัดสุรินทร์ สู่จังหวัดนครราชสีมา กลับบ้านเกิดที่บ้านไร่  และได้เป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ในเวลาต่อมา  จากนั้นจึงเริ่มดำเนินการก่อสร้างถาวรวัตถุทาง พระพุทธศาสนา ในช่วงที่หลวงพ่อคูณเป็นเจ้าอาวาส วัดบ้านไร่ได้มีการพัฒนามากที่สุด โดยเริ่มสร้างอุโบสถ พ.ศ.2496  โดยชาวบ้านได้ช่วยกันเข้าป่าตัดไม้ ซึ่งในสมัยก่อนมีอยู่มาก การตัดไม้ในสมัยนั้น ไม่ค่อยสะดวกนัก เพราะไม่มีเครื่องจักร ไม่มีถนน กว่าจะได้ไม้ที่เลื่อยแปรสภาพสำเร็จแล้ว ต้องเผชิญกับการขนย้ายที่ยากลำบาก โดยอาศัยโคเทียมเกวียนบ้าง ใช้แรงงานคนลากจูง บนทางที่แสนทุรกันดาร เนื่องจากถนนทางเกวียนนั้นเป็นดินทรายเสียส่วนใหญ่ เมื่อต้องรับน้ำหนักมากก็มักทำให้ล้อเกวียนจมลงในทราย การชักจูงไม้แต่ละเที่ยวจึงต้องใช้เวลาถึง 3-4 วัน

ภาพซ้าย ภาพจำลองการก่อสร้างพระอุโบสถ      ภาพขวา พระอุโบสถเมื่อสร้างเสร็จแล้ว

แต่กระนั้นหลวงพ่อก็สามารถนำชาวบ้านช่วยกันสร้างพระอุโบสถจนสำเร็จ (ปัจจุบันได้รื้อลงแล้ว และก่อสร้างหลังใหม่แทน) นอกจากสร้างพระอุโบสถแล้ว หลวงพ่อยังสร้างโรงเรียน กุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ รวมทั้งขุดสระน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค ยังความสะดวกสบาย และความเจริญในบ้านไร่ยิ่งนัก แม้ปัจจุบันจะไม่ได้เห็นสิ่งดังกล่าว เนื่องจากหลวงพ่อได้เปลี่ยนสิ่งก่อสร้างดังกล่าวทั้งหมด มาเป็นปูนเป็นอิฐให้สวยงามและทนทานยิ่งขึ้น

นอกจากการก่อสร้างอุโบสถแล้ว หลวงพ่อคูณยังสร้างกุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ขุดสระน้ำไว้เพื่ออุปโภคและบริโภค และที่สำคัญยังสร้างโรงเรียนไว้เพื่อเด็กบ้านไร่อีกด้วย นอกเหนือจากนั้น ด้วยมีผู้ศรัทธาจากทั่วประเทศได้ร่วมถวายวัตถุปัจจัยเป็นเงินมหาศาล หลวงพ่อยังได้นำเงินบริจาคต่างๆ ที่ได้มา ก่อตั้งเป็นมูลนิธิหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เพื่อกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่างๆ เช่น สร้างโรงพยาบาล โรงเรียน หอสมุด เป็นต้น
ปัจจุบัน วัดบ้านไร่  ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของจังหวัดนครราชสีมา มีพุทธศาสนาสนิกชนเป็นจำนวนมาก เดินทางมาที่วัดบ้านไร่แห่งนี้ เพื่อสักการะหลวงพ่อคูณ และหวังจะให้หลวงพ่อคูณเคาะหัวเพื่อเป็นศิริมงคลซักครั้ง
สำหรับท่านที่จะมาเที่ยววัดบ้านไร่ เนื่องจากวัดนั้นมีขนาดพื้นที่ไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นสิ่งปลูกสร้างใหม่ และกำลังอยู่ในช่วงก่อสร้าง ทาง KHAOYAIZONE  จึงได้ขอเป็นไกด์นำเที่ยวในครั้งนี้ โดยเริ่มต้นจาก
1.      พระอุโบสถ ที่เป็นทั้งโบสถ์และศาลาการเปรียญในศาสนสถานเดียวกัน สวยงาม ทั้งในเรื่องของวัสดุ ลวดลายแกะสลัก และประโยชน์ต่อการใช้สอย และเป็นที่จำพรรษาของหลวงพ่อคูณด้วย โดยพระอุโบสถนั้นแบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นบนเป็นโบสถ์ และชั้นล่างเป็นศาลาการเปรียญ ซึ่งชั้นล่างนี้จะเป็นสถานที่ที่ลูกศิษย์ลูกหา และนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะสักการะหลวงพ่อคูณ สามารถเข้าสักการะได้ที่นี่